ตำรวจขับรถกระบะตราโล่ตามจับรถยนต์ต้องสงสัยที่ฝ่าด่านตรวจ ก่อนเกิดอุบัติเหตุชนท้ายรถบรรทุก ได้รับบาดเจ็บสาหัส

เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2568 เวลาประมาณ 18:05 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำจุดตรวจด่านความมั่นคงบ้านห้วยยะอุ ตำบลด่านแม่ละเมา อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านในพื้นที่ว่ามีรถกระบะตำรวจเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง โดยพุ่งชนท้ายรถบรรทุกน้ำ 6 ล้อ บริเวณจุดกลับรถฝั่งขาเข้าอำเภอแม่สอด ห่างจากด่านตรวจห้วยยะอุไปทางทิศเหนือประมาณ 1 กิโลเมตร บริเวณที่เกิดเหตุเป็นช่วงที่กำลังมีการก่อสร้างถนนสายใหม่ และมีการใช้รถบรรทุกน้ำวิ่งราดน้ำบนถนนเพื่อลดฝุ่นละอองอยู่เป็นประจำ การเข้าไปช่วยเหลือและสภาพที่เกิดเหตุ หลังจากได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรพะวอ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัยขององค์การบริหารส่วนตำบลด่านแม่ละเมา ได้เดินทางรุดไปยังจุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็ว เมื่อถึงที่เกิดเหตุพบสภาพที่น่าสะพรึงกลัว โดยรถบรรทุกน้ำ 6 ล้อจอดขวางเลนจราจรอยู่ทางด้านซ้ายสุดของถนน ส่วนด้านท้ายของรถบรรทุกน้ำพบรถกระบะ 4 ประตู สีขาว ติดตราโล่ของกรมตำรวจ หมายเลขทะเบียน 09988 ชนอัดเข้าไปด้านซ้ายท้ายของรถบรรทุกน้ำอย่างรุนแรง สภาพด้านหน้าของรถกระบะตำรวจพังยับเยินจนแทบไม่เหลือรูปทรง กระจกหน้ารถแตกกระจาย โครงสร้างด้านหน้าบิดงอจนไม่เป็นรูปร่าง และที่น่าตกใจคือพบเจ้าหน้าที่ตำรวจสวมเครื่องแบบปฏิบัติการสมบูรณ์ทั้งคนขับและผู้โดยสาร ติดค้างอยู่ภายในซากรถอย่างหนักหน่วง เจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัยได้พยายามช่วยเหลือด้วยความระมัดระวัง ใช้เวลานานกว่าจะสามารถดึงตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสองนายออกมาจากซากรถได้สำเร็จ รายละเอียดผู้ประสบเหตุและอาการบาดเจ็บ จากการสอบถามผู้พบเห็นเหตุการณ์และเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปช่วยเหลือในเวลาต่อมา ทราบว่าผู้ประสบเหตุทั้งสองนายเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ประจำจุดตรวจด่านความมั่นคงบ้านห้วยยะอุ โดยคนขับรถคือ สิบตำรวจตรีอภิวัฒน์ ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสบริเวณขาข้างซ้าย มีอาการขาหักผิดรูปบริเวณโคนขาข้างซ้ายอย่างรุนแรง กระดูกเคลื่อนจากตำแหน่งเดิม มีบาดแผลฉีกขาดและมีเลือดออกมาก … Read more

ตำรวจบุกทลายขบวนการรับจำนำรถยนต์ ส่งขายข้ามแดนเมียนมา จับผู้ต้องหา 11 ราย พบผู้เสียหายเพียบ

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาย (บช.ก.) ได้เปิดเผยความคืบหน้าในการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ หลังจากสำเร็จในการจับกุมขบวนการหลอกลวงรับจำนำรถยนต์ ก่อนนำไปส่งขายยังประเทศเมียนมาผ่านชายแดน ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับประชาชนจำนวนมาก โดยเป็นการดำเนินการภายใต้ยุทธการ “พิฆาตเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์” ที่มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ เริ่มต้นจากการแจ้งความของผู้เสียหาย เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2568 ผู้เสียหายรายหนึ่งได้เดินทางมายังสถานีตำรวจทางหลวงชลบุรี เพื่อขอความช่วยเหลือในกรณีที่ตนเองถูกหลอกลวงจากขบวนการรับจำนำรถยนต์ และได้ดำเนินการเข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่สถานีตำรวจภูธรหนองขาม อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ผู้เสียหายได้ให้การว่า ได้นำรถยนต์ของตนเองยี่ห้อฟอร์ด รุ่นเรนเจอร์ สีเทา ป้ายทะเบียนกรุงเทพมหานคร ติดต่อจำนำผ่านเพจเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2568 โดยได้ส่งมอบรถยนต์คันดังกล่าวบริเวณลานจอดรถหน้าร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ตำบลหนองขาม อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ตามที่ผู้รับจำนำได้นัดหมายไว้ หลังจากส่งมอบรถยนต์ไปแล้ว ผู้เสียหายได้รับแจ้งจากบุคคลที่รู้จักว่า รถยนต์คันดังกล่าวกำลังจะถูกนำไปส่งขายยังประเทศเมียนมา โดยจะผ่านชายแดนจังหวัดกาญจนบุรี ผู้เสียหายจึงรีบพยายามติดต่อกับเพจเฟซบุ๊กดังกล่าวเพื่อขอไถ่รถคืน แต่ไม่สามารถติดต่อได้เลย จึงได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้ดำเนินการสกัดจับกุมผู้กระทำผิด อย่างไรก็ตาม เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบ พบว่ารถยนต์คันดังกล่าวได้ถูกเปลี่ยนป้ายทะเบียนแล้ว และได้ถูกนำออกผ่านชายแดนไปยังประเทศเมียนมาเรียบร้อยแล้ว ทำให้ไม่สามารถสกัดกั้นได้ทัน สร้างความเสียหายอย่างมากให้กับผู้เสียหาย เปิดโปงขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ จากการสืบสวนขยายผลของเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชลบุรี พบว่าเป็นการกระทำของขบวนการอาชญากรรมที่มีการวางแผนอย่างเป็นระบบและเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ โดยกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ใช้สื่อออนไลน์ โดยเฉพาะเฟซบุ๊กในการสร้างความน่าเชื่อถือและหารถยนต์ที่มีสเปกตามความต้องการของนายทุนชาวเมียนมา เมื่อได้รถยนต์ตามที่ต้องการแล้ว ขบวนการจะดำเนินการดัดแปลงรถ เปลี่ยนป้ายทะเบียน และส่งขายข้ามพรมแดนไปยังประเทศเมียนมาต่อไป … Read more

ชาวเยอรมันวัย 63 ปี พลัดตกบ่อน้ำลึก 20 เมตร ขณะตัดหญ้า ต้องลอยคอรอความช่วยเหลือ 40 นาที โชคดีเพื่อนบ้านได้ยินเสียงร้อง เจ้าหน้าที่กู้ภัยรีบเข้าช่วยเหลือทัน

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. ของวันที่ 9 ตุลาคม 2568 ในพื้นที่ซอยหลังวัดป่ายุบ หมู่ที่ 5 ตำบลสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีบ้านเรือนกระจายตัวอยู่ค่อนข้างห่างกัน มีบรรยากาศเงียบสงบ และมีบ่อน้ำหลายแห่งกระจายอยู่ตามพื้นที่ นายพิชิต เกียกกุทัณฑ์ หัวหน้าหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถาน ได้รับแจ้งเหตุจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นว่ามีชาวต่างชาติพลัดตกบ่อน้ำลึกกว่า 20 เมตร และกำลังอยู่ในสภาวะอันตราย จึงรีบประสานงานกับเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลตำบลเขตรอุดมศักดิ์ เพื่อเข้าช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด ทีมกู้ภัยเข้าถึงที่เกิดเหตุ พบผู้ประสบเหตุลอยคออย่างอ่อนแรง เมื่อทีมกู้ภัยเดินทางมาถึงบริเวณเกิดเหตุ พบว่าชายชาวต่างชาติกำลังลอยคออยู่ในบ่อน้ำที่มีความลึกมาก ร่างกายดูอ่อนแรงจากการพยายามลอยตัวอยู่ในน้ำเป็นเวลานาน ผู้ประสบเหตุยังคงพยายามตะโกนขอความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงสัญชาตญาณในการเอาตัวรอดที่แข็งแกร่ง เจ้าหน้าที่กู้ภัยประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็วและตัดสินใจใช้วิธีการที่ปลอดภัยที่สุดในการช่วยเหลือ โดยรีบส่งเชือกลงไปยังผู้ประสบเหตุ พร้อมทั้งสั่งให้ผูกเชือกเข้ากับร่างกายให้แน่นหนา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายในขณะที่กำลังดึงขึ้นมา การช่วยเหลือครั้งนี้ต้องใช้กำลังคนจำนวนหนึ่งในการประสานงานกันอย่างเป็นระบบ เนื่องจากบ่อน้ำมีความลึกมากถึง 20 เมตร และผู้ประสบเหตุอยู่ในสภาพอ่อนแรงจากการลอยตัวอยู่ในน้ำเป็นเวลานาน ทีมกู้ภัยต้องใช้ความระมัดระวังสูงสุดเพื่อไม่ให้เกิดการบาดเจ็บเพิ่มเติม ใช้เวลา 15 นาทีในการช่วยเหลือ นำตัวขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย หลังจากที่เจ้าหน้าที่ส่งเชือกลงไปและผู้ประสบเหตุผูกเชือกเข้ากับร่างกายเรียบร้อยแล้ว ทีมกู้ภัยเริ่มดึงตัวผู้ประสบเหตุขึ้นมาจากบ่อน้ำอย่างช้าๆ และระมัดระวัง ใช้เวลาทั้งสิ้นประมาณ 15 นาทีจึงสามารถนำตัวผู้ประสบเหตุขึ้นมาสู่พื้นดินได้อย่างปลอดภัย ผู้ประสบเหตุที่รอดชีวิตมานั้นคือ นาย Roland … Read more

รวบสาวชาวเมียนมาทิ้งทารกในถังขยะ เผยสภาพอิดโรย เล่าสาเหตุคบแฟนเลิกราไม่พร้อมเลี้ยง ก่อนถูกแจ้งข้อหาหนัก

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานความคืบหน้าจากพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรบางปะอิน ว่าได้ดำเนินการจับกุมผู้ต้องสงสัยในคคดีทิ้งทารกในถังขยะได้แล้ว โดยผู้ต้องสงสัยเป็นหญิงสาวชาวเมียนมา อายุ 25 ปี ซึ่งขอสงวนนามเรียกว่า นางสาวเมย์ (นามสมมติ) ที่พักอาศัยอยู่ในหอพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลคลองจิก อำเภอบางปะอิน ไม่ห่างจากจุดที่พบศพทารกมากนัก เหตุการณ์เริ่มต้นจากการพบศพทารก เหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 8 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา เมื่อพนักงานเก็บขยะของเทศบาลตำบลคลองจิก ออกปฏิบัติหน้าที่เก็บขยะตามปกติในซอยแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลคลองจิก อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ขณะที่กำลังยกถังขยะขึ้นรถเพื่อนำไปทิ้ง พนักงานเก็บขยะได้สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติในถังขยะใบหนึ่ง เมื่อเปิดฝาถังออกตรวจสอบ พบว่ามีผ้าปูที่นอนห่อสิ่งของอยู่ข้างใน เมื่อเปิดดูจึงตกใจอย่างหนัก เมื่อพบว่าภายในผ้านั้นห่อหุ้มศพทารกเพศหญิงตัวเล็กมาก คาดว่ามีอายุครรภ์ประมาณ 4-5 เดือน อยู่ในสภาพที่ไม่สมบูรณ์ พนักงานเก็บขยะจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรบางปะอินทราบทันที ตำรวจเร่งสืบสวนติดตามตัวผู้ต้องสงสัย หลังจากได้รับแจ้งเหตุ พันตำรวจเอกอดิเรก โปธิปัน ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบางปะอิน ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่พนักงานสอบสวนและกำลังตำรวจเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเริ่มดำเนินการสืบสวนหาข่าวเพื่อติดตามตัวผู้กระทำความผิด โดยเจ้าหน้าที่ได้ประเมินว่าผู้กระทำความผิดน่าจะเป็นบุคคลที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับจุดที่พบศพทารก ทีมสืบสวนจึงได้แยกย้ายกันสำรวจหอพักต่างๆ ในบริเวณโดยรอบจุดเกิดเหตุ สอบถามข้อมูลจากเจ้าของหอพัก ผู้ดูแลหอพัก รวมถึงผู้เช่าพักและผู้อาศัยในพื้นที่ ขณะเดียวกันก็ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดของร้านค้า หอพัก และจุดต่างๆ ในบริเวณพื้นที่ เพื่อหาเบาะแสที่จะนำไปสู่ตัวผู้ต้องสงสัย … Read more

เด็กชาย 12 ปี จุดประทัดลูกบอลระเบิดสนั่น นิ้วกระเด็นหาย 2 นิ้ว ชาวบ้านค้นหาทั้งคืนไม่พบ

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2568 ในช่วงเวลาค่ำ ณ บ้านนาจาน ตำบลโพนสูง อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี เกิดเหตุการณ์ที่น่าสลดใจขึ้นกับเด็กชายวัย 12 ปี ภายหลังจากที่ชุมชนได้จัดพิธีเวียนเทียนตามประเพณีสำคัญทางพระพุทธศาสนาเสร็จสิ้นลงไปเพียงไม่นาน ตามรายงานของผู้สื่อข่าวที่ได้รับแจ้งเหตุในวันที่ 8 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 10:47 น. ระบุว่า หลังจากพิธีเวียนเทียนเสร็จสิ้น เด็กชายคนดังกล่าวและเพื่อนๆ ได้ไปซื้อประทัดลูกบอลมาเล่นตามประเพณีที่เด็กๆ นิยมทำกันในช่วงเทศกาลออกพรรษา โดยไม่ทราบถึงอันตรายร้ายแรงที่จะเกิดขึ้นตามมา รายละเอียดของเหตุการณ์ที่สะเทือนขวัญ จากการสอบถามญาติของเด็กชายผู้ประสบเหตุ พบว่า เด็กชายได้นำประทัดลูกบอลมาห่อด้วยผ้า และใส่ก้อนหินเข้าไปด้วย ซึ่งเป็นวิธีการเล่นที่เด็กๆ มักนิยมทำกันเพื่อให้ประทัดมีน้ำหนักและสามารถโยนได้ไกลขึ้น อย่างไรก็ตาม วิธีการนี้กลับเป็นการเพิ่มความเสี่ยงและอันตรายมากยิ่งขึ้น ขณะที่เด็กชายจุดไฟให้กับประทัดและเตรียมที่จะโยนออกไป เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้น ประทัดลูกบอลได้ระเบิดขึ้นทันทีก่อนที่เขาจะทันโยนออกจากมือ แรงระเบิดที่รุนแรงเกิดขึ้นคามือของเด็กชาย ส่งผลให้นิ้วมือของเขาขาดหายไป 2 นิ้ว พร้อมกับบาดแผลรุนแรงบริเวณมือ เสียงระเบิดที่ดังสนั่นทำให้ชาวบ้านในบริเวณใกล้เคียงตื่นตระหนกและรีบวิ่งมาดูเหตุการณ์ ต่างตกใจกับสภาพของเด็กชายที่บาดเจ็บอย่างสาหัส พร้อมกับช่วยกันนำตัวเด็กชายส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน การให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น หลังจากเหตุการณ์เกิดขึ้น ชาวบ้านและครอบครัวได้รีบนำตัวเด็กชายส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชบ้านดุง ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดในพื้นที่ เพื่อรับการรักษาพยาบาลอย่างเร่งด่วน ทีมแพทย์และพยาบาลที่โรงพยาบาลได้ให้การดูแลรักษาเด็กชายอย่างเต็มที่ โดยเร่งห้ามเลือดและทำแผลบริเวณมือที่บาดเจ็บ สภาพของเด็กชายในขณะนั้นอยู่ในภาวะที่ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด … Read more

หนุ่มวัย 45 ถูกเมียใหม่พ่อไล่ออกจากบ้าน ไร้ตังค์- เดินเท้าเก็บขยะขายหาค่าโดยสารเข้ากรุงเทพฯ

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2568 เหตุการณ์สะเทือนใจเกิดขึ้นบนถนนสาย 304 บริเวณหนองกระเบา หมู่ที่ 3 ตำบลลาดตะเคียน อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี เมื่อชาวบ้านในพื้นที่พบชายวัยกลางคนเดินเท้าคนเดียว กำลังก้มหน้าก้มตาเก็บขยะ กระป๋องเบียร์ และขวดน้ำพลาสติกตามริมทาง ด้วยสภาพร่างกายอิดโรย และแววตาเศร้าหมอง ชาวบ้านที่สังเกตเห็นจึงรีบแจ้งให้ผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบเหตุการณ์ ชีวิตเศร้าของหนุ่มวัย 45 ปี ที่ไม่มีเงินติดตัวแม้แต่บาทเดียว เมื่อผู้สื่อข่าวเดินทางไปถึงจุดเกิดเหตุ พบชายหนุ่มคนดังกล่าวยังคงเดินเก็บของเก่าอย่างขยันขันแข็งตามริมถนนสาย 304 ถือถุงพลาสติกใบใหญ่ใส่กระป๋องและขวดพลาสติกที่เก็บมาได้ จากการสอบถามทราบว่าชายหนุ่มผู้นี้ชื่อ นายยงยุทธ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี ภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่อำเภอเมือง จังหวัดสระแก้ว นายยงยุทธเล่าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและน้ำตาคลอว่า ตนเดินทางมาจากบ้านแก้ง อำเภอเมืองสระแก้ว โดยการเดินเท้าตลอดทาง จนมานอนพักที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดปราจีนบุรี (บขส.กบินทร์บุรี) เมื่อคืนที่ผ่านมา เช้าวันรุ่งขึ้นจึงออกมาเดินเก็บกระป๋องเบียร์และขวดน้ำพลาสติกตามริมทาง โดยจะเหยียบให้แบนเรียบก่อนใส่เข้ากระเป๋า เพื่อเตรียมนำไปขายที่ร้านรับซื้อของเก่า เพื่อหาเงินค่าเดินทางไปทำงานที่กรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ เขาไม่มีเงินติดตัวแม้แต่บาทเดียว เหตุการณ์ที่ทำให้ต้องเดินทางออกจากบ้าน เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงเหตุผลที่ต้องออกเดินทางในสภาพที่ไม่มีเงินติดตัว นายยงยุทธได้เล่าเรื่องราวด้วยความเศร้าโศกว่า ตนได้เดินทางไปหาพ่อซึ่งปัจจุบันไปอาศัยอยู่กับเมียใหม่ เพื่อพักพิงชั่วคราวและหวังที่จะได้ความช่วยเหลือจากครอบครัว แต่กลับเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด “ผมไปหาพ่อที่บ้านเมียใหม่ของท่าน … Read more

แห่แจ้งความดำเนินคดี “อาจารย์มิ้น” ร่างทรงพญานาค หลอกขายวัตถุมงคล-เครื่องรางของขลัง ผู้เสียหายสูญเงินรวมกว่า 20 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2568 ที่ศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมด้วยนายรภัสสิทธิ์ ภัทรสิริชัยสิน รองประธานมูลนิธิฯ และนางสาวชฎาภรณ์ พงศ์ทองเมือง ที่ปรึกษามูลนิธิฯ ได้นำผู้เสียหายจำนวน 20 ราย เข้ามายื่นหนังสือแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหาที่อ้างตนเป็นร่างทรงพญานาครายนี้ ซึ่งมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นมีมากกว่า 20 ล้านบาท และยังมีแนวโน้มว่าจะมีผู้เสียหายเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก รูปแบบการหลอกลวงที่ซับซ้อนและมีระบบ จากการสอบถามข้อมูลเบื้องต้นกับทางมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พบว่ากลุ่มผู้เสียหายถูกหลอกลวงผ่านรูปแบบที่ดูมีความน่าเชื่อถือและเป็นระบบมาก โดยผู้ต้องหาจะเริ่มต้นจากการสร้างภาพลักษณ์ของตนเองว่าเป็นผู้ที่มีจิตใจดี มีเมตตา และเป็นผู้ใฝ่ธรรม มีการเปิดเพจสอนธรรมะเพื่อดึงดูดผู้คนที่มีจิตใจศรัทธาในพระพุทธศาสนาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เมื่อมีผู้ติดตามและเริ่มให้ความเชื่อถือแล้ว จึงค่อยๆ ชักชวนให้เข้าร่วมพิธีกรรมต่างๆ และเสนอให้เช่าบูชาหรือซื้อวัตถุมงคลและเครื่องรางของขลัง สิ่งที่น่าสนใจคือการอ้างว่าวัตถุมงคลเหล่านี้เป็นของเฉพาะบุคคล ที่เทวดาหรือพญานาคเลือกเองให้ผู้มีบุญเท่านั้นจะได้ครอบครอง ซึ่งเป็นกลยุทธ์ทางจิตวิทยาที่ทำให้ผู้ถูกหลอกรู้สึกว่าตนเองเป็นคนพิเศษและโชคดี จึงยินดีที่จะจ่ายเงินจำนวนมากเพื่อให้ได้วัตถุมงคลเหล่านั้นมา นอกจากนี้ยังมีการเปิดให้ “ผ่อนชำระ” วัตถุมงคล ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยปรากฏในวงการพระเครื่องหรือของขลังทั่วไปมาก่อน แต่กลับเป็นกลยุทธ์ที่ทำให้ผู้เสียหายติดกับดักหนี้สินได้ง่ายขึ้น คำให้การของผู้เสียหายที่สะเทือนใจ คุณตี้ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 46 ปี ประกอบอาชีพเป็นเจ้าของคลินิกทันตแพทย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เสียหายที่กล้าออกมาเปิดเผยข้อมูล ได้เล่าถึงประสบการณ์ที่ผ่านมาว่า ตนเริ่มรู้จักกับ “อาจารย์มิ้น” … Read more

พบศพตำรวจพร้อมภรรยาเสียชีวิตคาบ้านพัก เผยเพิ่งส่งญาติกลับบ้านก่อนเหตุสลด

เวลาประมาณ 16.00 น. ร.ต.ท.วัชรพล สุคลธวิท รองสารวัตรฝ่ายสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุจากประชาชนว่ามีผู้ถูกยิงเสียชีวิตสองรายภายในบ้านพักอาศัยในหมู่บ้านจัดสรรที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง บริเวณถนนเลียบทางรถไฟ ตำบลบางกรวย อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี หลังจากได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรีบเดินทางไปยังที่เกิดเหตุเพื่อตรวจสอบและบันทึกหลักฐาน โดยมี พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ พงศ์ธนารักษ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลบางกรวย และ พ.ต.ท.ธวัชชัย จงยิ่งเจริญ รองผู้กำกับการฝ่ายป้องกันปราบปราม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากมูลนิธิร่วมกตัญญู และแพทย์เวรจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เดินทางไปร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุด้วย สภาพที่เกิดเหตุ บริเวณที่เกิดเหตุเป็นบ้านทาวน์โฮมสามชั้น ที่มีลักษณะเป็นบ้านแถวสมัยใหม่ตกแต่งอย่างสวยงาม เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปตรวจสอบภายในบ้าน พบศพชายและหญิงนั่งเสียชีวิตอยู่บนโซฟาชั้นล่างของบ้าน สภาพศพทั้งสองอยู่ในท่านั่งติดกันบนโซฟาตัวเดียวกัน ซึ่งสร้างความสะเทือนใจให้กับเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปตรวจสอบเป็นอย่างมาก รายละเอียดของผู้เสียชีวิต ฝ่ายชาย ระบุตัวตนว่าเป็น พ.ต.ต.วงศธร อายุ 32 ปี ดำรงตำแหน่งพนักงานสอบสวนยศสารวัตร สังกัดสถานีตำรวจนครบาลตลาดพลู กรุงเทพมหานคร จากการตรวจสอบพบว่าผู้เสียชีวิตถูกยิงที่บริเวณขมับด้านขวาหนึ่งนัด กระสุนทะลุออกทางกกหูด้านซ้าย ที่มือขวาของผู้เสียชีวิตพบว่ายังคงกำปืนพกแบบแมกกาซีนขนาด 9 มิลลิเมตรไว้และวางบนหน้าอกของตนเอง ฝ่ายหญิง ระบุชื่อว่า นางสาวรัตน์ อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นภรรยาของพ.ต.ต.วงศธร จากการตรวจสอบพบว่าผู้เสียชีวิตถูกยิงที่บริเวณขมับด้านซ้ายหนึ่งนัด … Read more

ตำรวจแจ้งความผิด 3 ข้อหาหนักอดีตลูกเขย หลังดวลปืนสนั่นพ่อตาในบ้าน ก่อนคว้ากรรไกรแทงดับคาที่

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2568 เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 7 ตำบลบ้านสร้าง อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังจากที่อดีตลูกเขยคนหนึ่งได้บุกเข้าไปยังบ้านของอดีตพ่อตา และก่อเหตุทะเลาะวิวาทจนนำไปสู่การดวลปืนกันอย่างดุเดือด ก่อนที่เหตุการณ์จะลงเอยด้วยความน่าสลดใจ เมื่ออดีตพ่อตาถูกแทงด้วยกรรไกรจนเสียชีวิตคาบ้าน ขณะที่อดีตลูกเขยเองก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นมีพยานเห็นเหตุการณ์หลายคน รวมถึงอดีตภรรยาและลูกของผู้ต้องหา ซึ่งต้องได้เห็นภาพความรุนแรงที่เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา เสียงปืนดังสนั่นหลายนัดภายในบ้าน ก่อนที่สถานการณ์จะยิ่งบานปลาย เมื่อนายธีระโชติ ผู้ต้องหาซึ่งเป็นอดีตลูกเขย ได้คว้ากรรไกรมาใช้แทงคอพ่อตาของตนเองจนเสียชีวิต หลังจากที่ปืนของเขาหลุดมือไปในระหว่างการต่อสู้ ความคืบหน้าการดำเนินคดี พ.ต.อ.อดิเรก โปธิปัน ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบางปะอิน สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตามรายงานความคืบหน้าล่าสุดในวันที่ 6 ตุลาคม พ.ต.อ.อดิเรก โปธิปัน ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบางปะอิน ได้ออกคำสั่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินการกำชับรูปคดีอย่างรัดกุม เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้เสียชีวิตและครอบครัวที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการแจ้งข้อหาต่อผู้ต้องหาในเบื้องต้นแล้ว 3 ข้อหาหนัก ประกอบด้วย ข้อหาแรก คือ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ซึ่งเป็นความผิดร้ายแรงที่มีโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต ข้อหาที่สอง คือ บุกรุกเคหสถาน และข้อหาที่สาม คือ ความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. … Read more

รวบหนุ่มอิหร่านแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ ปล้นทรัพย์นักท่องเที่ยวอินเดียกลางเมืองพัทยา

กรณีดังกล่าวเริ่มต้นเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณช่วงบ่าย ณ บริเวณริมถนนสุขุมวิท ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี มีชายสองคนขี่รถจักรยานยนต์สวมหมวกกันน็อกเต็มใบเข้าหานักท่องเที่ยวชาวอินเดียสองราย และแอบอ้างตัวเองว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนจะขอตรวจค้นและเรียกดูเอกสารพาสปอร์ต จากนั้นก็ได้ชิงเงินสดเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐจำนวน 300 ดอลลาร์ไปจากผู้เสียหาย ก่อนจะหลบหายไปอย่างรวดเร็ว ผู้เสียหายเดินทางแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ หลังจากเกิดเหตุการณ์ประมาณสี่วัน นายกาแกนดีป ซิงห์ (Mr. Gaganddeep Singh) อายุ 32 ปี และนายพราบดีป ซิงห์ (Mr. Prabhdeep Singh) อายุ 20 ปี นักท่องเที่ยวชาวอินเดียทั้งสองราย ได้เดินทางมายังสถานีตำรวจภูธรบางละมุงเพื่อแจ้งความร้องทุกข์กับ ร้อยตำรวจโท อภินันท์ ศรีทองรุ่งทิพย์ รองสารวัตรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรบางละมุง ผู้เสียหายทั้งสองรายให้การว่า ขณะที่กำลังเดินเที่ยวชมเมืองพัทยาบริเวณถนนสุขุมวิท มีชายสองคนขี่รถจักรยานยนต์มาจอดขวางทาง ชายทั้งสองสวมหมวกกันน็อกเต็มใบปิดหน้ามิดชิด และได้แสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมทั้งขอตรวจค้นตัวและขอดูเอกสารพาสปอร์ต เมื่อผู้เสียหายหยิบพาสปอร์ตให้ดู ผู้ต้องหาก็ได้เอาเงินสดที่อยู่ในกระเป๋าเงินของผู้เสียหายไป โดยเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐจำนวน 300 ดอลลาร์ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 10,000 … Read more