เฉียบขาด ผ่านตาชั่งฉลุย เตรียมเดิมพันเข็มขัดแชมป์ 126 ปอนด์ ดวลแค้น น่ารัก ศึกที่แฟนมวยทั่วประเทศรอคอย

เงินโบนัสน็อกเอาต์สูงถึง 350,000 บาท คือตัวเลขที่ทำให้ศึกราชดำเนิน เวิลด์ ซีรีส์ ค่ำคืนวันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคมนี้ กลายเป็นไฟต์ที่แฟนมวยไทยพูดถึงมากที่สุดในรอบสัปดาห์ เพราะไม่ใช่แค่เข็มขัดแชมป์รุ่น 126 ปอนด์ที่เป็นเดิมพัน แต่ยังมีศักดิ์ศรีของคู่ปรับเก่าที่เคยผลัดกันแพ้ชนะมาก่อน วางเดิมพันอยู่บนสังเวียนเดียวกัน คำถามคือ เฉียบขาด ป.พงษ์สว่าง จะสามารถป้องกันแชมป์ไว้ได้อีกครั้งหรือไม่ เมื่อคู่ต่อสู้อย่าง น่ารัก ป.ประจักษ์ ก้าวขึ้นสังเวียนพร้อมความแค้นที่สะสมมา ผลชั่งน้ำหนักอย่างเป็นทางการ จุดเริ่มต้นก่อนศึกใหญ่ พิธีชั่งน้ำหนักตัวอย่างเป็นทางการจัดขึ้นเมื่อช่วงสายของวันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา ณ เวทีมวยราชดำเนิน โดยไฮไลต์อยู่ที่คู่เอกของรายการซึ่งเป็นการป้องกันแชมป์รุ่น 126 ปอนด์ เจ้าของตำแหน่งเฉียบขาดก้าวขึ้นเหยียบตาชั่งได้ 126 ปอนด์ตรงตามพิกัดเป๊ะ ไม่มีปัญหาเรื่องน้ำหนักเกินให้ต้องกังวล ขณะที่ฝั่งผู้ท้าชิงน่ารักชั่งได้ 124.5 ปอนด์ ผ่านฉลุยเช่นกัน การที่นักชกทั้งสองทำน้ำหนักผ่านตามเกณฑ์อย่างสบาย ๆ สะท้อนถึงความเป็นมืออาชีพและการเตรียมตัวที่รัดกุมของทั้งสองค่ายมวย สำหรับรองคู่เอก เป็นการเจอกันของอีกหนึ่งคู่ปรับเก่าคือ ขุนศึกน้อย ที่ทำน้ำหนักตามพิกัด 126 ปอนด์ไม่ได้ โดยชั่งเกินไป 0.4 ปอนด์ แต่ยังคงได้รับสิทธิ์ขึ้นสังเวียนดวลกำปั้นกับ มังกรเหล็ก … Read more

บูม เด็กเซียน ชายผู้แบกรับ 18 ชีวิต สู่รางวัลเกียรติยศสูงสุดแห่งวงการมวยไทยบูม เด็กเซียน ชายผู้แบกรับ 18 ชีวิต สู่รางวัลเกียรติยศสูงสุดแห่งวงการมวยไทย

เคยสงสัยไหมว่าอะไรคือสิ่งที่ยากที่สุดในวงการมวยไทย? คำตอบอาจไม่ใช่การชกชนะบนสังเวียน แต่คือการเป็นหัวหน้าค่ายที่ต้องแบกรับความฝันและชีวิตของนักชกกว่า 18 คนไว้บนบ่าข้างเดียว และนั่นคือสิ่งที่ อภิปรัชญ์ เลิศรักษ์ชีวกุล หรือ “บูม เด็กเซียน” ทำมาตลอด 7 ปีเต็ม เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2568 บนเวทีงานประกาศเกียรติคุณของสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย ประจำปี 2568 ชายคนนี้ไม่เพียงแต่คว้ารางวัลทีมงานผู้ฝึกสอนมวยไทยยอดเยี่ยมมาครอง แต่ยังผลักดันศิษย์ในค่ายอย่าง “ขุนศึกน้อย” ขึ้นรับรางวัลนักมวยไทยอาชีพยอดเยี่ยมได้ในคืนเดียวกัน นั่นคือชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ที่ไม่ใช่แค่ของตัวเอง แต่เป็นของทั้งค่าย ทั้งทีมงาน และทั้ง 18 ชีวิตที่เชื่อมั่นฝากอนาคตไว้กับเขา 7 ปีแห่งการสร้าง ไม่ใช่แค่การฝึก สิ่งที่ทำให้ค่ายมวยบูมเด็กเซียนแตกต่างจากค่ายมวยทั่วไปไม่ใช่เทคนิคการฝึกที่ล้ำเลิศ แต่คือ ปรัชญาในการมองนักชกในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ไม่ใช่แค่ทรัพย์สินที่ทำรายได้ บูมเปิดใจว่าตลอด 7 ปีที่ผ่านมา เขาไม่เคยมองนักชกในสังกัดด้วยมูลค่าของค่าตัว ไม่ว่าจะเป็นนักชกที่มีค่าตัวระดับหลักพันหรือระดับหลักแสน ทุกคนได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียมกัน นั่นคือหัวใจของการเป็น “พ่อคนที่สอง” ในความหมายที่แท้จริง ในยุคที่ค่ายมวยหลายแห่งให้ความสำคัญกับนักชกดาวเด่นเพียงไม่กี่คน การที่บูมเลือกเดินบนเส้นทางแห่งความเท่าเทียมตลอด 7 ปีนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมันหมายถึงการบริหารทรัพยากรที่จำกัด การจัดสรรเวลา และการดูแลสภาพจิตใจของนักชก … Read more

จากเงาพี่ชาย สู่ยอดมวยไทยแห่งปี “ขุนศึกน้อย” บูมเด็กเซียน คนที่พ่ายแพ้แล้วลุกขึ้นได้เสมอ

นักมวยคนหนึ่งยืนกลางเวทีราชดำเนิน มือยกขึ้นถือถ้วยรางวัลนักมวยไทยยอดเยี่ยมแห่งปี 2568 แสงไฟสาดส่องลงบนใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้ม แต่เบื้องหลังภาพนั้น ซ่อนเรื่องราวของเด็กที่เคยล้มลงนับครั้งไม่ถ้วน แล้วเลือกลุกขึ้นทุกครั้ง คุณคิดว่าความสำเร็จสร้างจากพรสวรรค์ หรือสร้างจากความเจ็บปวดที่ไม่ยอมแพ้? จากน้องชายสู่ผู้สืบทอดราชบัลลังก์ ในวงการมวยไทย นามสกุลและค่ายมวยมักเป็นตราประทับที่ติดตัวนักมวยไปตลอดชีวิต แต่สำหรับ ขุนศึกน้อย บูมเด็กเซียน ความเชื่อมโยงนั้นลึกกว่านั้นมาก เพราะเขาคือน้องชายแท้ๆ ของ ขุนศึกเล็ก เจ้าของรางวัลนักมวยไทยยอดเยี่ยมจากสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทยประจำปีก่อนหน้า การเดินตามรอยพี่ชายในวงการกีฬาไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะแทนที่จะได้รับแต่แรงผลักดัน กลับมักมาพร้อมกับแรงกดดันและการเปรียบเทียบที่แทบจะทนรับไม่ได้ แต่สำหรับขุนศึกน้อย สายตาที่มองพี่ชายยกถ้วยรางวัลกลับกลายเป็นไฟที่จุดความฝันในจิตใจของเขา ไม่ใช่ความริษยา ไม่ใช่ความท้อแท้ แต่เป็น “แบบอย่าง” ที่จับต้องได้ว่าเส้นทางนี้ไปถึงยอดได้จริง นักจิตวิทยาการกีฬาเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “Near Role Model Effect” หรือผลของการเห็นแบบอย่างจากคนใกล้ชิด งานวิจัยพบว่านักกีฬาที่มีพี่น้องประสบความสำเร็จในสายงานเดียวกันมักมีระดับแรงจูงใจภายใน (Intrinsic Motivation) สูงกว่าคนที่ไม่มีแบบอย่างใกล้ตัว เพราะการเห็นว่า “คนที่เหมือนฉัน ทำได้” นั้นทรงพลังกว่าการดูไอดอลห่างไกลอย่างเทียบไม่ได้ ขุนศึกน้อยพิสูจน์ว่าทฤษฎีนั้นไม่ผิด เส้นทางของคนที่รู้จักแพ้ ในโลกที่โซเชียลมีเดียบันทึกแต่ชัยชนะ คนส่วนใหญ่มักเห็นเฉพาะฉากสุดท้ายของความสำเร็จ แต่ขุนศึกน้อยไม่ได้ซ่อนเรื่องของการพ่ายแพ้ไว้ เขาพูดถึงมันอย่างตรงไปตรงมา “มีช่วงเวลาที่ท้อแท้เมื่อพบกับความพ่ายแพ้” คือคำยืนยันของนักมวยคนนี้เอง และในวงการมวยไทยอาชีพ การพ่ายแพ้ไม่ใช่แค่ตัวเลขในสถิติ มันคือความเจ็บปวดทางร่างกาย … Read more

ขุนศึกน้อย ผงาดบัลลังก์! เปิดตำนานนักชกยอดเยี่ยมแห่งปี 2568 ที่โลกมวยไทยต้องจำ

นักมวยคนไหนที่ชกเพียง 7 ครั้งในหนึ่งปี แต่สร้างแรงกระเพื่อมให้วงการมวยไทยทั้งประเทศต้องพูดถึง? คำตอบคือ ขุนศึกน้อย บูมเด็กเซียน นักชกที่เพิ่งถูกประกาศให้เป็นนักมวยไทยยอดเยี่ยมแห่งปี 2568 โดยสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย และนี่ไม่ใช่แค่รางวัล แต่คือการยืนยันว่ายุคสมัยใหม่ของมวยไทยได้เจ้าของบัลลังก์คนใหม่เรียบร้อยแล้ว งานใหญ่แห่งปี: เวทีเชิดชูเกียรติคนกีฬาไทย วันที่ 4 มิถุนายน 2569 จะกลายเป็นวันประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งของวงการกีฬาไทย เมื่อสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทยเตรียมจัดงาน “วันนักกีฬายอดเยี่ยม ประจำปี 2568” ณ โรงแรมอโนมา แกรนด์ กรุงเทพมหานคร โดยมีนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ไอโอซีเมมเบอร์ นั่งแท่นประธานจัดงาน งานนี้ไม่ใช่แค่พิธีมอบรางวัลธรรมดา แต่คือเวทีที่รวมตัวแทนของนักกีฬาไทยทุกแขนงที่ทุ่มเทฝึกซ้อม สร้างชื่อเสียงให้ประเทศตลอดทั้งปีที่ผ่านมา ซึ่งผู้ที่สนใจรับชมบรรยากาศงานสามารถติดตามได้ผ่านการถ่ายทอดสดทางช่องเอ็มคอตเอชดี หมายเลข 30 ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป โดยมี ดร.ณัฏฐ์ ธีรณัฐสุภานนท์ เป็นประธานคณะกรรมการพิจารณารางวัลเพื่อให้มั่นใจว่าทุกรางวัลผ่านกระบวนการพิจารณาอย่างเที่ยงตรงและโปร่งใส ขุนศึกน้อย: ชายที่พิสูจน์ว่า “คุณภาพเหนือกว่าปริมาณ” หากพูดถึงสถิติ 7 ชก … Read more

แฝดกระนวนสะเทือนวงการ! ขุนศึกเล็กผ่าตัดแผลใหญ่พักยาว 3 เดือน ขณะขุนศึกน้อยเปิดศักราชใหม่รุ่น 126 ปอนด์

เมื่อดาวคู่แห่งวงการมวยไทยต้องแยกเส้นทางชั่วคราว บทพิสูจน์ครั้งใหม่ของแฝดกระนวนกำลังจะเริ่มต้นขึ้น วงการมวยไทยต้องหยุดนิ่งอีกครั้งเมื่อข่าวล่าสุดจากค่ายบูมเด็กเซียนถูกเปิดเผยออกมา “แฝดกระนวน” คู่หูยอดมวยที่แฟนมวยทั่วประเทศต่างจับตามองอยู่ตลอดเวลา ต้องเผชิญกับโจทย์ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงในช่วงเวลานี้ ฝ่ายหนึ่งต้องนอนพักฟื้นหลังมีดผ่าตัด อีกฝ่ายกำลังเตรียมก้าวสู่สมรภูมิใหม่ในน้ำหนักที่สูงขึ้น คำถามที่แฟนมวยทุกคนอยากรู้คือ เส้นทางของแฝดสองคนนี้จะนำพาพวกเขาไปสู่จุดไหน และวงการมวยไทยจะได้เห็นศึกสะเทือนโลกอีกครั้งเมื่อไร บาดแผลที่มากกว่าแค่ร่างกาย: เรื่องราวของขุนศึกเล็ก “บูม” อภิปรัชญ์ เลิศรักษ์ชีวกุล หัวหน้าค่ายมวยบูมเด็กเซียน ออกมาเปิดเผยอาการล่าสุดของ ขุนศึกเล็ก บูมเด็กเซียน ว่าหลังจากเข้ารับการผ่าตัดไส้ติ่งแบบแผลใหญ่ เจ้าตัวต้องใช้เวลาพักฟื้นนานกว่าการผ่าตัดทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดว่าต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 เดือน กว่าที่ร่างกายจะพร้อมเริ่มขยับกลับเข้าโปรแกรมซ้อมอีกครั้ง การผ่าตัดไส้ติ่งแบบแผลใหญ่ (Open Appendectomy) นั้นแตกต่างจากการผ่าตัดแบบส่องกล้อง (Laparoscopic) อย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากต้องเปิดแผลขนาดใหญ่บริเวณหน้าท้อง กล้ามเนื้อหน้าท้องและเนื้อเยื่อโดยรอบต้องใช้เวลานานกว่าจะกลับมาแข็งแรงเต็มที่ สำหรับนักมวยที่ต้องใช้กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (Core Muscle) ในการส่งพลังทุกหมัดและทุกเตะ ความสมบูรณ์ของส่วนนี้คือหัวใจสำคัญ การรีบกลับมาชกก่อนกำหนดอาจหมายถึงความเสี่ยงที่ไม่คุ้มค่าเลยแม้แต่น้อย ทีมงานค่ายบูมเด็กเซียนจึงยืนยันชัดเจนว่าจะรอให้ขุนศึกเล็กหายสนิทร้อยเปอร์เซ็นต์ก่อน ไม่มีการรีบเร่งหรือกดดันให้กลับมาเร็วกว่าที่ร่างกายจะอนุญาต เพราะในสายตาของค่าย สุขภาพของนักมวยสำคัญกว่าตารางแข่งขันเสมอ ไส้ติ่งกับนักมวย: ความเสี่ยงที่ไม่มีใครคาดเดาได้ ในวงการกีฬา โดยเฉพาะกีฬาที่ต้องฝึกซ้อมหนักอย่างมวยไทย นักกีฬาหลายคนมักละเลยสัญญาณเตือนของร่างกายเพราะเข้าใจผิดว่าเป็นแค่อาการเจ็บปวดจากการซ้อม อาการปวดท้องที่เกิดจากไส้ติ่งอักเสบในระยะแรกมักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นอาการปวดกล้ามเนื้อหรือเจ็บท้องจากการวิ่งและออกกำลังกายหนัก ซึ่งทำให้การวินิจฉัยล่าช้าและนำไปสู่ความจำเป็นในการผ่าตัดแบบเปิดแผลใหญ่ในที่สุด กรณีของขุนศึกเล็กเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับนักกีฬาและผู้ฝึกสอนทุกคนว่า การรับฟังสัญญาณจากร่างกายและตรวจร่างกายสม่ำเสมอนั้นสำคัญไม่แพ้การซ้อมหนัก เพราะสุขภาพที่ดีคือพื้นฐานของทุกความสำเร็จในสังเวียน ศักราชใหม่ของขุนศึกน้อย: … Read more