บูม เด็กเซียน ชายผู้แบกรับ 18 ชีวิต สู่รางวัลเกียรติยศสูงสุดแห่งวงการมวยไทยบูม เด็กเซียน ชายผู้แบกรับ 18 ชีวิต สู่รางวัลเกียรติยศสูงสุดแห่งวงการมวยไทย

เคยสงสัยไหมว่าอะไรคือสิ่งที่ยากที่สุดในวงการมวยไทย? คำตอบอาจไม่ใช่การชกชนะบนสังเวียน แต่คือการเป็นหัวหน้าค่ายที่ต้องแบกรับความฝันและชีวิตของนักชกกว่า 18 คนไว้บนบ่าข้างเดียว และนั่นคือสิ่งที่ อภิปรัชญ์ เลิศรักษ์ชีวกุล หรือ “บูม เด็กเซียน” ทำมาตลอด 7 ปีเต็ม เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2568 บนเวทีงานประกาศเกียรติคุณของสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย ประจำปี 2568 ชายคนนี้ไม่เพียงแต่คว้ารางวัลทีมงานผู้ฝึกสอนมวยไทยยอดเยี่ยมมาครอง แต่ยังผลักดันศิษย์ในค่ายอย่าง “ขุนศึกน้อย” ขึ้นรับรางวัลนักมวยไทยอาชีพยอดเยี่ยมได้ในคืนเดียวกัน นั่นคือชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ที่ไม่ใช่แค่ของตัวเอง แต่เป็นของทั้งค่าย ทั้งทีมงาน และทั้ง 18 ชีวิตที่เชื่อมั่นฝากอนาคตไว้กับเขา 7 ปีแห่งการสร้าง ไม่ใช่แค่การฝึก สิ่งที่ทำให้ค่ายมวยบูมเด็กเซียนแตกต่างจากค่ายมวยทั่วไปไม่ใช่เทคนิคการฝึกที่ล้ำเลิศ แต่คือ ปรัชญาในการมองนักชกในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ไม่ใช่แค่ทรัพย์สินที่ทำรายได้ บูมเปิดใจว่าตลอด 7 ปีที่ผ่านมา เขาไม่เคยมองนักชกในสังกัดด้วยมูลค่าของค่าตัว ไม่ว่าจะเป็นนักชกที่มีค่าตัวระดับหลักพันหรือระดับหลักแสน ทุกคนได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียมกัน นั่นคือหัวใจของการเป็น “พ่อคนที่สอง” ในความหมายที่แท้จริง ในยุคที่ค่ายมวยหลายแห่งให้ความสำคัญกับนักชกดาวเด่นเพียงไม่กี่คน การที่บูมเลือกเดินบนเส้นทางแห่งความเท่าเทียมตลอด 7 ปีนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมันหมายถึงการบริหารทรัพยากรที่จำกัด การจัดสรรเวลา และการดูแลสภาพจิตใจของนักชก … Read more

จากเงาพี่ชาย สู่ยอดมวยไทยแห่งปี “ขุนศึกน้อย” บูมเด็กเซียน คนที่พ่ายแพ้แล้วลุกขึ้นได้เสมอ

นักมวยคนหนึ่งยืนกลางเวทีราชดำเนิน มือยกขึ้นถือถ้วยรางวัลนักมวยไทยยอดเยี่ยมแห่งปี 2568 แสงไฟสาดส่องลงบนใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้ม แต่เบื้องหลังภาพนั้น ซ่อนเรื่องราวของเด็กที่เคยล้มลงนับครั้งไม่ถ้วน แล้วเลือกลุกขึ้นทุกครั้ง คุณคิดว่าความสำเร็จสร้างจากพรสวรรค์ หรือสร้างจากความเจ็บปวดที่ไม่ยอมแพ้? จากน้องชายสู่ผู้สืบทอดราชบัลลังก์ ในวงการมวยไทย นามสกุลและค่ายมวยมักเป็นตราประทับที่ติดตัวนักมวยไปตลอดชีวิต แต่สำหรับ ขุนศึกน้อย บูมเด็กเซียน ความเชื่อมโยงนั้นลึกกว่านั้นมาก เพราะเขาคือน้องชายแท้ๆ ของ ขุนศึกเล็ก เจ้าของรางวัลนักมวยไทยยอดเยี่ยมจากสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทยประจำปีก่อนหน้า การเดินตามรอยพี่ชายในวงการกีฬาไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะแทนที่จะได้รับแต่แรงผลักดัน กลับมักมาพร้อมกับแรงกดดันและการเปรียบเทียบที่แทบจะทนรับไม่ได้ แต่สำหรับขุนศึกน้อย สายตาที่มองพี่ชายยกถ้วยรางวัลกลับกลายเป็นไฟที่จุดความฝันในจิตใจของเขา ไม่ใช่ความริษยา ไม่ใช่ความท้อแท้ แต่เป็น “แบบอย่าง” ที่จับต้องได้ว่าเส้นทางนี้ไปถึงยอดได้จริง นักจิตวิทยาการกีฬาเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “Near Role Model Effect” หรือผลของการเห็นแบบอย่างจากคนใกล้ชิด งานวิจัยพบว่านักกีฬาที่มีพี่น้องประสบความสำเร็จในสายงานเดียวกันมักมีระดับแรงจูงใจภายใน (Intrinsic Motivation) สูงกว่าคนที่ไม่มีแบบอย่างใกล้ตัว เพราะการเห็นว่า “คนที่เหมือนฉัน ทำได้” นั้นทรงพลังกว่าการดูไอดอลห่างไกลอย่างเทียบไม่ได้ ขุนศึกน้อยพิสูจน์ว่าทฤษฎีนั้นไม่ผิด เส้นทางของคนที่รู้จักแพ้ ในโลกที่โซเชียลมีเดียบันทึกแต่ชัยชนะ คนส่วนใหญ่มักเห็นเฉพาะฉากสุดท้ายของความสำเร็จ แต่ขุนศึกน้อยไม่ได้ซ่อนเรื่องของการพ่ายแพ้ไว้ เขาพูดถึงมันอย่างตรงไปตรงมา “มีช่วงเวลาที่ท้อแท้เมื่อพบกับความพ่ายแพ้” คือคำยืนยันของนักมวยคนนี้เอง และในวงการมวยไทยอาชีพ การพ่ายแพ้ไม่ใช่แค่ตัวเลขในสถิติ มันคือความเจ็บปวดทางร่างกาย … Read more