เลเอาจะเจ๊ง? เมื่อ “อาโมริม” ประกาศกร้าว บัลลังก์ปีกซ้ายมิลานไม่มีของฟรีอีกต่อไป

ราฟาเอล เลเอา เคยเป็นชื่อที่แฟนบอลรอสโซเนรี่พูดถึงด้วยความภาคภูมิใจ แต่วันนี้นักเตะโปรตุกีสวัย 27 ปีคนนี้กลับต้องยืนอยู่บนเส้นบางๆ ระหว่างการเป็น “ตัวจริงตลอดกาล” กับการกลายเป็นแค่ “หนึ่งในตัวเลือก” ภายใต้ระบบใหม่ของรูเบน อาโมริม กุนซือที่เพิ่งย้ายจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาคุมทัพเอซี มิลาน ลองจินตนาการดูว่า ผู้เล่นที่เคยเป็นกำลังหลักพาทีมคว้าแชมป์กัลโช เซเรีย อา ในปี 2022 คนที่มีมูลค่าตลาดพุ่งทะยานจนกลายเป็นสินทรัพย์ล้ำค่าที่สุดคนหนึ่งของสโมสร วันนี้กลับต้องมานั่งดูเพื่อนร่วมทีมยิงประตูใส่อดีตต้นสังกัดของเทรนเนอร์คนใหม่ถึง 4 ลูก โดยที่ตัวเองไม่ได้ลงสนามด้วยซ้ำ นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของฟอร์มการเล่น แต่มันคือสัญญาณเตือนที่ชัดเจนว่า “ยุคทองที่ไม่มีใครแตะต้องได้” ของเลเอาที่ซานซีโร่กำลังจะจบลง และการแข่งขันแย่งชิงตำแหน่งครั้งใหม่กำลังเริ่มต้นขึ้นอย่างจริงจัง คำถามคือ เลเอา จะสู้กลับไหวหรือไม่ และทำไมโค้ชคนใหม่ถึงเลือกที่จะออกมาพูดเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมาผ่านสื่อ แทนที่จะคุยกันในห้องแต่งตัว จุดเริ่มต้นวิกฤต: จากซูเปอร์สตาร์ที่แตะต้องไม่ได้ สู่ผู้เล่นที่ต้องพิสูจน์ตัวเองใหม่ เพื่อจะเข้าใจว่าทำไมสถานการณ์นี้ถึงสั่นสะเทือนวงการฟุตบอลอิตาลี เราต้องย้อนกลับไปดูเส้นทางของราฟาเอล เลเอา ตั้งแต่เขาก้าวเข้ามาสวมเสื้อแดง-ดำ นักเตะปีกซ้ายชาวโปรตุกีสรายนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของยุคฟื้นฟูมิลานภายใต้การนำของสเตฟาโน่ ปิโอลี่ ด้วยความเร็วที่เหมือนสายฟ้าแลบและทักษะการเลี้ยงบอลที่หาตัวจับยาก เขาคือหนึ่งในกำลังสำคัญที่พามิลานทวงบัลลังก์แชมป์เซเรีย อา กลับคืนมาได้สำเร็จหลังรอคอยมานานหลายปี แต่ฟุตบอลคือกีฬาที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมากลายเป็นช่วงเวลาที่สั่นคลอนสถานะของเลเอามากที่สุดนับตั้งแต่เขาเข้าร่วมทีม มีรายงานว่าตลอดช่วงต้นฤดูร้อน ดูเหมือนว่าเลเอากับมิลานกำลังมุ่งหน้าสู่การแยกทางกันอย่างเด็ดขาด ตัวนักเตะเองก็ส่งสัญญาณว่าอาจถึงจุดสิ้นสุดของวงจรในอิตาลีแล้ว … Read more

มิลานตีราคาทิ้ง! “คริสโตเฟอร์ เอ็นกุนกู” 35 ล้านยูโร ดาวยิงแสนแพงที่กลายเป็นของเกินความจำเป็นในเวลาแค่ปีเดียว

ลองจินตนาการว่าคุณทุ่มเงินก้อนโตซื้อของชิ้นหนึ่งที่หวังว่าจะเปลี่ยนชีวิตคุณ แต่ผ่านไปแค่สิบสองเดือน คุณกลับต้องรีบขายทิ้งในราคาที่ต่ำกว่าที่ซื้อมา นี่ไม่ใช่เรื่องของนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่พลาดจังหวะตลาด แต่คือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับ เอซี มิลาน สโมสรฟุตบอลระดับตำนานของอิตาลี กับนักเตะที่ชื่อ คริสโตเฟอร์ เอ็นกุนกู ย้อนกลับไปเมื่อฤดูร้อนปี 2025 มิลานทุ่มเงินมหาศาลถึง 37 ล้านยูโร บวกโบนัสอีก 5 ล้านยูโร เพื่อดึงตัวกองหน้าชาวฝรั่งเศสรายนี้มาจากเชลซี พร้อมความหวังว่าเขาจะเป็นกุญแจสำคัญที่พาทีมกลับไปทวงบัลลังก์แชมป์ กัลโช เซเรีย อา แต่วันนี้ เรื่องราวกลับพลิกผันอย่างสิ้นเชิง เมื่อสโมสรตัดสินใจตั้งราคาขาย 35 ล้านยูโร และประกาศชัดเจนว่าเขาไม่ได้อยู่ในแผนของทีมอีกต่อไป คำถามที่น่าสนใจคือ อะไรทำให้นักเตะที่เคยเป็นดาวซัลโวบุนเดสลีกา และเคยคว้าแชมป์ระดับโลกกับเชลซี กลายเป็นชื่อที่ถูกผลักออกจากห้องแต่งตัวภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี บทความนี้จะพาไปเจาะลึกทุกมิติของดราม่าตลาดนักเตะที่กำลังร้อนแรงที่สุดในตอนนี้ จุดเริ่มต้นของจุดจบ ย้อนรอยดีลที่เคยฮือฮาทั่วยุโรป เมื่อครั้งที่มิลานประกาศเซ็นสัญญากับเอ็นกุนกูในช่วงซัมเมอร์ปี 2025 แฟนบอลทั่วยุโรปต่างจับตามอง เพราะเขาคือชื่อที่มาพร้อมประวัติผลงานสุดจัดจ้าน ตลอดช่วงเวลาที่อยู่กับไลป์ซิก เขาลงสนามไปทั้งหมด 172 นัด ทำประตูได้ถึง 70 ลูก คว้าแชมป์เดเอฟเบ โพคาล 2 สมัย และรางวัลดาวซัลโวบุนเดสลีกาฤดูกาล 2022/23 ก่อนจะย้ายไปประดับดาวที่เชลซี … Read more

จากนักเตะ 37 ล้านยูโร สู่ “ส่วนเกิน” ในเวลาไม่ถึงปี! อาโมริมตัดสินใจแล้ว เอ็นกุนกู-โทโมรี่ ไม่มีที่ยืนใน มิลาน ยุคใหม่

ลองจินตนาการดูว่า… คุณทุ่มเงินก้อนโตกว่า 37 ล้านยูโร ซื้อนักเตะดาวรุ่งจากสโมสรระดับท็อปของพรีเมียร์ลีกมาเสริมทัพ ให้เวลาเขาปรับตัวเกือบหนึ่งฤดูกาลเต็ม เขาซัดไปแปดประตูพร้อมแอสซิสต์อีกสามครั้งจากการลงสนามถึง 35 นัด ฟังดูเป็นตัวเลขที่ “พอใช้ได้” ใช่ไหม? แต่ในโลกฟุตบอลยุคใหม่ที่ทุกอย่างต้องเปลี่ยนเร็วกว่าการรีเฟรชหน้าโซเชียล คำว่า “พอใช้ได้” อาจไม่มีความหมายอะไรเลย หากโค้ชคนใหม่มองไม่เห็นตัวเองอยู่ในสมการนั้น นี่คือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับ คริสโตเฟอร์ เอ็นกุนกู กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศส และ ฟิคาโย่ โทโมรี่ เซนเตอร์แบ็กตัวหลักที่รับใช้ เอซี มิลาน มานานกว่าสี่ปี ทั้งคู่ถูกขีดชื่อออกจากแผนการสร้างทีมของเฮดโค้ชคนใหม่ รูเบน อาโมริม อย่างเป็นทางการ กลายเป็นข่าวใหญ่ที่สั่นสะเทือนวงการลูกหนังอิตาลีในช่วงโค้งสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์นี้ คำถามคือ เกิดอะไรขึ้นกันแน่? ทำไมนักเตะที่เพิ่งซื้อมาไม่ถึงปี และนักเตะที่เคยเป็นเสาหลักในแนวรับ ถึงกลายเป็น “ส่วนเกิน” ในสายตาโค้ชใหม่แบบไม่ทันตั้งตัว บทความนี้จะพาไปเจาะลึกทุกมิติ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง ระบบการเล่นที่เป็นตัวตัดสิน แรงกดดันทางจิตใจที่นักเตะต้องแบกรับ ไปจนถึงตัวเลขทางธุรกิจที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังดีลนี้ จุดเริ่มต้นของการปฏิวัติ: จาก อัลเลกรี สู่ อาโมริม ก่อนจะเข้าใจว่าทำไม เอ็นกุนกู และ โทโมรี่ ถึงตกขบวน … Read more

ดึงผมเลเอาเป็นระยะๆ! โดนาโดนี่ เผยเคล็ดลับรับมือซูเปอร์สตาร์มิลานที่ไร้ทีมใหญ่กล้าซื้อ

นักเตะที่ถูกยกให้เป็นซูเปอร์สตาร์ของทีม แต่กลับหาทางออกจากสโมสรไม่ได้ เพราะไม่มีใครกล้าจ่ายเงินก้อนโตเพื่อแลกกับฟอร์มที่ไม่สม่ำเสมอ นี่คือสถานการณ์สุดแปลกประหลาดที่กำลังเกิดขึ้นกับ ราฟาเอล เลเอา ปีกทีมชาติโปรตุเกสของ เอซี มิลาน ที่แม้จะประกาศความต้องการย้ายทีมอย่างชัดเจน แต่ตลอดช่วงตลาดซื้อขายนักเตะฤดูร้อนที่ผ่านมา กลับมีเพียงสโมสรจากตุรกีสามทีมเท่านั้นที่สนใจจริงจัง และไม่มีใครในนั้นพร้อมจ่ายในราคาที่มิลานต้องการ ท่ามกลางสถานการณ์ที่กดดันเช่นนี้ สื่อ มิลาน นิวส์ ได้ไปสัมภาษณ์ตำนานปีกซ้ายของสโมสรอย่าง โรแบร์โต้ โดนาโดนี่ เพื่อถามความเห็นว่า หากเขาเป็นเพื่อนร่วมทีมของเลเอาในวันนี้ เขาจะรับมือกับซูเปอร์สตาร์คนนี้อย่างไร คำตอบที่ได้กลับมานั้นตรงไปตรงมาและแฝงด้วยประสบการณ์ของผู้ที่เคยสวมเสื้อทีมชุดยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสรมาแล้ว จากตำนานปีกซ้ายสู่เสียงเตือนของรุ่นพี่ โรแบร์โต้ โดนาโดนี่ ไม่ใช่คนนอกที่มามองเอซี มิลานจากภายนอก เขาคือหนึ่งในผู้เล่นที่สร้างตำนานให้กับสโมสรในยุคทองช่วงปลายทศวรรษ 1980 ต่อเนื่องถึงทศวรรษ 1990 ยุคที่มิลานภายใต้การนำของประธานสโมสรและผู้บริหารระดับตำนานสร้างทีมที่ครองความยิ่งใหญ่ทั้งในอิตาลีและยุโรป ความผูกพันที่เขามีต่อสโมสรแห่งนี้จึงไม่ใช่แค่ในฐานะอดีตนักเตะ แต่เป็นคนที่เข้าใจดีว่าการสวมเสื้อมิลานหมายถึงความรับผิดชอบระดับใด เมื่อสื่อในเครือมิลานถามถึงวิธีรับมือกับนักเตะแบบเลเอา โดนาโดนี่ตอบด้วยความระมัดระวังในช่วงแรกว่า “คุณต้องอยู่ในสถานการณ์นั้นจริงๆ ถึงจะเข้าใจ” ซึ่งสะท้อนความเป็นมืออาชีพของอดีตนักเตะที่ไม่อยากตัดสินสถานการณ์ภายในห้องแต่งตัวที่ตัวเองไม่ได้สัมผัสโดยตรง แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ไม่ปิดบังมุมมองส่วนตัวที่มีต่อผลงานของเลเอาในช่วงหลัง โดยชี้ว่าปีกรายนี้ มักถูกพูดถึงในสิ่งที่เขาไม่ได้ทำมากกว่าสิ่งที่เขาทำ ประโยคสั้นๆ นี้สะท้อนภาพความคาดหวังมหาศาลที่แฟนบอลและสื่อมวลชนมีต่อนักเตะที่มีพรสวรรค์ระดับโลก แต่กลับไม่สามารถแปลงพรสวรรค์นั้นให้เป็นผลงานที่สม่ำเสมอได้ สถานการณ์ตลาดซื้อขายที่สะท้อนปัญหาที่แท้จริง หากมองในมุมธุรกิจฟุตบอล สิ่งที่เกิดขึ้นกับเลเอาในตลาดซื้อขายฤดูร้อนนี้คือกระจกสะท้อนปัญหาที่ชัดเจนที่สุด นักเตะที่มิลานเคยประกาศว่าเป็น “ทรัพย์สินที่ไม่มีวันขาย” ในหลายฤดูกาลก่อน วันนี้กลับกลายเป็นนักเตะที่มีเพียงสโมสรจากตุรกีอย่าง กาลาตาซาราย, … Read more

“เลเอาอยู่ต่อ” ทางเลือกที่ไม่มีใครอยากได้ เมื่อสงครามแย่งชิงตัวจอมทัพฝอยทองยืดเยื้อจนอาจไม่มีผู้ชนะ

ราคาค่าตัวหลักสิบล้านยูโร ความฝันที่จะได้ไปเล่นในลีกใหญ่ของยุโรป และเก้าอี้กัปตันทีมที่รอคอย กลายเป็นสมการที่ไม่มีใครแก้ได้ลงตัว เมื่อตลาดซื้อขายนักเตะฤดูร้อนเหลือเวลาไม่ถึงเดือน แต่อนาคตของ ราฟาเอล เลเอา ยังคงเป็นปริศนาที่ทุกฝ่ายต่างมองหน้ากันเอง ลองจินตนาการดูว่า ถ้าคุณเป็นนักฟุตบอลอาชีพวัย 26 ปี ที่เพิ่งบอกลาแฟนบอลของตัวเองต่อหน้าสนามเหย้าเมื่อจบฤดูกาลที่ผ่านมา ประกาศความตั้งใจอย่างชัดเจนว่าอยากไปลองความท้าทายใหม่ในชีวิต แต่พอถึงเวลาจริง กลับไม่มีใครยื่นข้อเสนอที่ใช่ให้คุณสักที นี่คือสถานการณ์ที่ ราฟาเอล เลเอา กองหน้าทีมชาติโปรตุเกสและดาวเตะคนสำคัญของ เอซี มิลาน กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ ท่ามกลางกระแสข่าวจากสื่ออิตาลีที่เริ่มมองไปในทิศทางเดียวกันว่า เลเอา อาจต้องอยู่กับ “ปีศาจแดงดำ” ต่อไปอีกฤดูกาล ทั้งที่ทุกฝ่าย ทั้งตัวนักเตะเองและสโมสร ต่างรู้ดีว่าถึงเวลาที่ต้องแยกทางกันแล้ว คำถามคือ เรื่องราวดราม่าในตลาดซื้อขายนักเตะครั้งนี้ กำลังบอกอะไรเราเกี่ยวกับธุรกิจฟุตบอลยุคใหม่ และทำไมการปิดดีลระดับหลายสิบล้านยูโรถึงยากเย็นกว่าที่คิด ที่มาของสถานการณ์ : เจ็ดปีบนเส้นทางซาน ซิโร่ ที่กำลังจะถึงจุดเปลี่ยน เลเอา ย้ายมาซาน ซิโร่ ตั้งแต่ปี 2019 จากลีลล์ และใช้เวลาถึง 7 ฤดูกาลในการเติบโตจากดาวรุ่งฝีเท้าดุดันสู่หนึ่งในปีกที่อันตรายที่สุดของกัลโช่ เซเรีย อา เขาเป็นส่วนสำคัญของทีมที่คว้าแชมป์ลีกในปี 2022 และกลายเป็นสัญลักษณ์ของแฟนบอลมิลานในยุคหลังการฟื้นตัวของสโมสร … Read more

ดีลเงียบที่อาจเปลี่ยนอนาคตแนวรับ “รอสโซเนรี่” ไปอีก 5 ปี: เปิดตัว ซ็องคูน ดียาวาร่า เซนเตอร์แบ็กหนุ่มที่มิลานยอมทุ่มสัญญายาวที่สุดในซัมเมอร์นี้

ในตลาดนักเตะฤดูร้อนที่เต็มไปด้วยชื่อดาวเด่นระดับโลก บางครั้งดีลที่เงียบที่สุดกลับเป็นดีลที่สำคัญที่สุดสำหรับอนาคตของสโมสร และนั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อ เอซี มิลาน ประกาศคว้าตัว ซ็องคูน ดียาวาร่า เซนเตอร์แบ็กเท้าซ้ายวัยเพียง 20 ปีจาก ทรัวส์ สโมสรในลีกฝรั่งเศส มาร่วมทีมด้วยสัญญายาวนานถึง 5 ปี หรือจนถึงเดือนมิถุนายน 2031 พร้อมสวมเสื้อหมายเลข 13 ในฤดูกาล 2026-27 คำถามที่น่าสนใจคือ เพราะเหตุใดสโมสรระดับตำนานอย่างมิลานถึงยอมผูกสัญญานักเตะวัย 20 ปีที่ยังไม่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ ด้วยระยะเวลายาวนานถึง 5 ปีเต็ม คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่ฝีเท้าเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่วิสัยทัศน์ระยะยาวที่มิลานกำลังพยายามสร้างขึ้นใหม่ จุดเริ่มต้นจากลีกฝรั่งเศส สู่เวทีกัลโช่เซเรียอา ทรัวส์ สโมสรที่ขึ้นชื่อเรื่องการปั้นนักเตะดาวรุ่งป้อนสู่ลีกใหญ่ของยุโรปมาอย่างต่อเนื่อง คือบ้านหลังแรกที่ปูพื้นฐานให้กับดียาวาร่า วงการฟุตบอลฝรั่งเศสในระดับรองมีชื่อเสียงด้านการผลิตนักเตะแนวรับที่แข็งแกร่งทั้งทางร่างกายและวินัยทางยุทธวิธี ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สโมสรใหญ่ในอิตาลีมองหาอยู่เสมอ เพราะฟุตบอลกัลโช่เซเรียอาขึ้นชื่อเรื่องความเข้มข้นทางยุทธวิธีแนวรับที่ต้องอาศัยทั้งความฉลาดในการอ่านเกมและความแข็งแกร่งในการปะทะตัวต่อตัว แถลงการณ์อย่างเป็นทางการของมิลานระบุชัดเจนว่า ดียาวาร่าคือนักเตะที่ผสมผสานคุณภาพด้านเทคนิค ความแข็งแกร่งทางร่างกาย และบุคลิกในการเล่นได้อย่างลงตัว คำอธิบายเหล่านี้ไม่ใช่เพียงถ้อยคำทางการตลาด แต่สะท้อนถึงแนวทางการสอดส่องดาวรุ่งของฝ่ายสเกาต์มิลานที่ต้องติดตามผลงานในสนามมาอย่างต่อเนื่องก่อนตัดสินใจทุ่มสัญญาระยะยาวเช่นนี้ เซนเตอร์แบ็กเท้าซ้าย ทรัพยากรที่หายากในตลาดยุโรป หนึ่งในจุดที่ทำให้ดียาวาร่าโดดเด่นและเป็นที่ต้องการคือการเป็น เซนเตอร์แบ็กเท้าซ้าย ซึ่งเป็นตำแหน่งที่หายากกว่าเซนเตอร์แบ็กเท้าขวาในวงการฟุตบอลยุโรป ด้วยเหตุผลทางกายวิภาคและสไตล์การฝึกซ้อมที่ผ่านมา นักเตะเท้าซ้ายที่เล่นตำแหน่งกลางแนวรับได้อย่างมั่นคงจึงมักถูกจับตามองเป็นพิเศษ เพราะสามารถเติมเต็มระบบแนวรับสามคนหรือระบบแนวรับสี่คนได้อย่างสมดุลกว่า ในเชิงวิทยาศาสตร์การกีฬา การเล่นในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กฝั่งซ้ายเปิดโอกาสให้ผู้เล่นสามารถรับบอลและจ่ายบอลออกด้านนอกได้เป็นธรรมชาติมากกว่า … Read more

เลเอา จะไปตุรกีจริงหรือ? เปิดเงื่อนไขทั้งหมดที่เฟเนร์บาห์เช่ต้องแบกรับ เพื่อคว้าตัวดาวยิงจอมคาดเดาไม่ได้จากมิลาน

ตัวเลข 50 ล้านยูโร คือค่าตัวขั้นต่ำที่ เอซี มิลาน ตั้งไว้สำหรับ ราฟาเอล เลเอา กองหน้าทีมชาติโปรตุเกส และเป็นตัวเลขที่ทำให้ดีลย้ายทีมครั้งใหญ่ที่สุดของตลาดซื้อขายซัมเมอร์นี้ในฝั่งตุรกี ยังไม่สามารถขยับไปไหนได้ แม้ผู้บริหารระดับสูงของ เฟเนร์บาห์เช่ จะบินตรงถึงเมืองมิลานเพื่อพูดคุยแล้วก็ตาม คำถามที่แฟนบอลทั่วโลกกำลังถามตอนนี้คือ เฟเนร์บาห์เช่ พร้อมจะจ่ายแพงแค่ไหน เพื่อให้ได้ตัวดาวยิงที่มีทั้งพรสวรรค์และปัญหาด้านความสม่ำเสมอมาครองทีม และเลเอาเองพร้อมจะทิ้งเซเรียอาไปเล่นในลีกที่ยังไม่ได้การันตีตั๋วแชมเปี้ยนส์ลีกจริงหรือ จุดเริ่มต้นของดีล: เฟเนร์บาห์เช่บินตรงถึงมิลาน ผู้บริหารของสโมสร เฟเนร์บาห์เช่ เดินทางพร้อมคณะมาที่เมืองมิลาน เพื่อเปิดโต๊ะเจรจากับ เอซี มิลาน โดยตรง เรื่องความเป็นไปได้ในการคว้าตัว เลเอา ในช่วงตลาดซื้อขายซัมเมอร์นี้ ซึ่งถือเป็นการแสดงความจริงจังในระดับสูงสุด เพราะการที่ผู้บริหารระดับบนของสโมสรต้องเดินทางไปเจรจาด้วยตัวเอง มักหมายความว่าดีลนี้ไม่ใช่แค่การหยั่งเชิงตามปกติ แต่เป็นเป้าหมายอันดับต้นๆ ของฝ่ายนโยบายทีม ผลจากการพูดคุยครั้งนี้ ทำให้ เฟเนร์บาห์เช่ รับทราบเงื่อนไขทั้งหมดที่จำเป็นต่อการปิดดีลอย่างชัดเจนแล้ว แต่นั่นไม่ได้แปลว่าการเจรจาจะง่ายขึ้น เพราะเงื่อนไขที่ได้รับมานั้น เต็มไปด้วยอุปสรรคสำคัญถึงสามข้อที่ต้องแก้ให้ได้พร้อมกัน เงื่อนไขที่หนึ่ง: มิลานต้องการซื้อขาดเท่านั้น เฟเนร์บาห์เช่ จะต้องทุ่มเงินระดับ 50 ล้านยูโร เพื่อซื้อขาด เลเอา เพราะ มิลาน ปฏิเสธที่จะพิจารณาข้อเสนอยืมตัวที่พ่วงเงื่อนไขซื้อขาดใดๆ … Read more

กลาสเนอร์เมินข้อเสนอเฟเยนูร์ด ประกาศชัด “มิลานคือทางเดียว” ในชีวิต

โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ โค้ชชาวออสเตรียวัย 51 ปี ที่เพิ่งพา คริสตัล พาเลซ คว้าแชมป์ยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ลีก เมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา กำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ทุกสโมสรใหญ่ในยุโรปต่างจ้องตาเป็นมัน แต่ชายคนนี้กลับตัดสินใจอย่างเด็ดขาด ปฏิเสธโอกาสทองจาก เฟเยนูร์ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเนเธอร์แลนด์ เพราะมีเพียงชื่อเดียวในใจ นั่นคือ เอซี มิลาน จากพาเลซสู่ฝันอันยิ่งใหญ่: ที่มาของการเดินทาง เรื่องราวของกลาสเนอร์กับมิลานไม่ได้เริ่มต้นชั่วข้ามคืน หลังจากที่ มิลาน ทำการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารชุดใหญ่ในช่วงต้นฤดูร้อนปี 2569 ด้วยการแสดงให้ มัสซิมิลิอาโน่ อัลเลกรี, อิกลี ตาเร่ (ผู้อำนวยการกีฬา), เจฟฟรีย์ มองกาดา (ผู้อำนวยการเทคนิค) และ จอร์จิโอ่ ฟูร์ลานี (ซีอีโอ) ออกจากสโมสรพร้อมกัน สัญญาณว่ามิลานกำลังต้องการการปฏิวัติครั้งใหญ่ก็ปรากฏชัด ชื่อของกลาสเนอร์ถูกพูดถึงอย่างจริงจังในฐานะตัวเลือกอันดับหนึ่งของผู้บริหารชุดใหม่ โดยมีการจัดประชุมระหว่างสองฝ่ายที่ยาวนานถึงหกชั่วโมงในประเทศเยอรมนี ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่ามิลานจริงจังกับการดึงตัวโค้ชชาวออสเตรียรายนี้มากเพียงใด เจอร์รี่ คาร์ดินาล เจ้าของสโมสร และ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ที่ปรึกษาพิเศษ ต่างเข้าร่วมในการพูดคุยครั้งนั้นด้วยตนเอง เฟเยนูร์ดโผล่สกัด หลัง … Read more