ยุค “อินฟานติโน่” จบแล้ว! เตบาสจวกยับ ฟีฟ่ากำลังทำลายรากฐานฟุตบอลโลก ก่อนวิกฤตศรัทธาจะพาไปสู่จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์วงการลูกหนัง

ลองจินตนาการดูว่า องค์กรที่ดูแลกีฬาที่มีแฟนบอลติดตามกว่า 5,000 ล้านคนทั่วโลก กำลังเผชิญกับความไม่ไว้วางใจจากสมาชิกของตัวเองพร้อมกันในหลายด้าน ทั้งเรื่องแผนธุรกิจที่พังไม่เป็นท่า และเรื่องอื้อฉาวส่วนตัวที่ผู้นำสูงสุดต้องออกมาปฏิเสธต่อสาธารณะ นี่คือสถานการณ์จริงที่ ฟีฟ่า (FIFA) กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ และล่าสุด ฆาเบียร์ เตบาส ประธานลาลีกา สเปน ก็ได้ออกมาประกาศกลางอากาศว่า ถึงเวลาแล้วที่ จานนี่ อินฟานติโน่ ต้องก้าวลงจากตำแหน่งประธานฟีฟ่า คำถามที่น่าสนใจคือ นี่เป็นเพียงศึกการเมืองระหว่างผู้บริหารสองคนที่ไม่ถูกกัน หรือเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างครั้งใหญ่ที่จะสั่นสะเทือนวงการฟุตบอลทั้งโลกไปอีกหลายปี ปฐมบทแห่งวิกฤต: จากแผนขายหุ้นฟุตบอลโลก สู่การล่มสลายของความไว้วางใจ เพื่อเข้าใจว่าทำไมเสียงเรียกร้องให้อินฟานติโน่ลงจากตำแหน่งถึงดังขึ้นเรื่อยๆ ต้องย้อนกลับไปดูจุดเริ่มต้นของปัญหา นั่นคือโครงการที่ฟีฟ่าตั้งชื่อไว้อย่างสวยหรูว่า “FIFA Forward Enterprise” หรือ FFE ซึ่งเป็นแผนการจัดตั้งบริษัทลูกเพื่อบริหารจัดการลิขสิทธิ์เชิงพาณิชย์ทั้งหมดของฟีฟ่า ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายทอดสด สปอนเซอร์ บัตรเข้าชม และการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก โดยเปิดทางให้นักลงทุนภายนอกเข้ามาถือหุ้นส่วนน้อยได้ ตัวเลขที่ฟีฟ่าเสนอนั้นใหญ่โตมาก บริษัทนี้ถูกประเมินมูลค่าไว้สูงถึงราว 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะระดมทุนจากนักลงทุนภายนอกได้ถึง 4,200 ล้านดอลลาร์ โดยมีรายงานว่าหนึ่งในกลุ่มทุนที่สนใจคือฝ่ายที่มีความเชื่อมโยงกับตระกูลคุชเนอร์ ครอบครัวที่มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับแวดวงการเมืองสหรัฐฯ แนวคิดเบื้องหลังฟังดูดี ฟีฟ่าอ้างว่าเงินก้อนนี้จะถูกนำไปช่วยเหลือสมาคมฟุตบอลสมาชิกทั้ง 211 ประเทศ โดยแต่ละชาติจะได้รับเงินก้อนหนึ่งครั้งราว … Read more

ฟุตบอลโลกสะเทือน! เมื่อยูฟ่า-คอนคาเคฟ ผนึกกำลังต้าน อินฟานติโน่ ขายหุ้นให้ทุนตระกูลทรัมป์

20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คือตัวเลขที่อาจเปลี่ยนโฉมหน้าฟุตบอลโลกไปตลอดกาล แต่กลับกลายเป็นชนวนที่จุดให้เกิดการแตกหักครั้งใหญ่ที่สุดในวงการลูกหนังโลกรอบหลายทศวรรษ ลองจินตนาการดูว่า หากวันหนึ่งฟุตบอลโลกไม่มีทีมชาติเยอรมนี ไม่มีฝรั่งเศส ไม่มีอังกฤษ และไม่มีสเปนแชมป์โลกคนล่าสุด จะยังเรียกได้ว่าเป็นมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกอยู่หรือไม่ นี่ไม่ใช่สถานการณ์สมมติที่ห่างไกลความจริงอีกต่อไป เพราะภายในสัปดาห์เดียว วงการฟุตบอลโลกได้เผชิญกับแผ่นดินไหวทางการเมืองกีฬาครั้งใหญ่ เมื่อสองสหพันธ์ทวีปที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกลุกขึ้นมาท้าทายอำนาจของประธานฟีฟ่าอย่างเปิดเผย ปฐมบทของความขัดแย้ง เมื่ออำนาจเงินเข้าปะทะจิตวิญญาณกีฬา ฟุตบอลโลกไม่ได้เป็นเพียงแค่การแข่งขันกีฬา แต่คือสมบัติร่วมของมวลมนุษยชาติที่สั่งสมมาเกือบร้อยปี นับตั้งแต่การแข่งขันครั้งแรกที่ประเทศอุรุกวัยเมื่อปี 1930 ทัวร์นาเมนต์นี้เติบโตจนกลายเป็นสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจที่มีมูลค่ามหาศาล ทุกสี่ปีที่ฟุตบอลโลกจัดขึ้น ทั้งโลกจะหยุดนิ่งเพื่อจับตาดูการแข่งขันที่ผู้คนนับพันล้านคนเฝ้าติดตาม แต่เบื้องหลังความยิ่งใหญ่นี้ ฟีฟ่าในฐานะองค์กรที่ควบคุมดูแลกลับต้องเผชิญแรงกดดันมหาศาลในการหาแหล่งเงินทุนมารองรับการขยายตัวของทัวร์นาเมนต์ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มจำนวนทีมเข้าร่วม การขยายรูปแบบการแข่งขัน หรือการลงทุนในเทคโนโลยีถ่ายทอดสดระดับโลก จานนี่ อินฟานติโน่ ประธานฟีฟ่าคนปัจจุบัน จึงมองเห็นโอกาสในการดึงทุนเอกชนเข้ามาร่วมลงทุน โดยเสนอแผนขายหุ้นในหน่วยงานที่ชื่อว่า ฟีฟ่า ฟอร์เวิร์ด เอ็นเตอร์ไพรส์ หรือเอฟเอฟอี ซึ่งจะเป็นกลไกในการระดมทุนมูลค่ามหาศาลถึงสองหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แลกกับการให้กลุ่มทุนเอกชนมีอิทธิพลเหนือกิจการที่เกี่ยวข้องกับฟุตบอลโลกในอนาคต ทั้งเรื่องลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดและข้อตกลงเชิงพาณิชย์ต่าง ๆ จุดที่ทำให้เรื่องนี้ร้อนแรงยิ่งขึ้นไปอีกคือ ตัวตนของนักลงทุนที่อยู่เบื้องหลังแผนการนี้ นั่นคือ โจชัว คุชเนอร์ ซึ่งเป็นน้องชายของ จาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา การปรากฏตัวของชื่อนี้ทำให้หลายฝ่ายในวงการฟุตบอลเริ่มตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและเจตนาที่แท้จริงของดีลนี้ทันที เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่อินฟานติโน่ถูกมองว่าพยายามสร้างความสัมพันธ์อันดีกับกลุ่มคนใกล้ชิดตระกูลทรัมป์ ก่อนหน้านี้เขาเคยริเริ่มการมอบรางวัลสันติภาพฟีฟ่า … Read more