เปิดศึกใหญ่วงการลูกหนัง! ยูฟ่าขู่ลากอินฟานติโน่ขึ้นศาล ปมขายหุ้นฟุตบอลโลกให้นายทุนต่างชาติ วงการเดือดสุดขีดในรอบทศวรรษ

วงการฟุตบอลโลกกำลังเผชิญกับความปั่นป่วนครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ เมื่อสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือ ยูฟ่า ตัดสินใจขู่ดำเนินการทางกฎหมายต่อ จานนี่ อินฟานติโน่ ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า หลังมีการเปิดโปงแผนลับที่จะขายหุ้นส่วนน้อยของทัวร์นาเมนต์ระดับโลกอย่างฟุตบอลโลกชายและหญิงให้กับกลุ่มนักลงทุนเอกชน เรื่องราวนี้ไม่ใช่แค่ประเด็นธุรกิจธรรมดา แต่มันคือคำถามใหญ่ที่สั่นคลอนรากฐานของ “ผู้พิทักษ์เกมลูกหนัง” ว่าแท้จริงแล้วฟุตบอลโลกยังเป็นสมบัติของคนทั้งโลก หรือกำลังจะกลายเป็นสินค้าที่ซื้อขายได้เหมือนหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ หากใครติดตามข่าวสารวงการกีฬาอย่างใกล้ชิด คงต้องยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมถึงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เปรียบเสมือนพายุลูกใหญ่ที่ถาโถมเข้าใส่วงการฟุตบอลโดยไม่ทันตั้งตัว และมันอาจเปลี่ยนโฉมหน้าของมหกรรมกีฬาที่คนทั้งโลกรอคอยไปตลอดกาล จุดเริ่มต้นของวิกฤต: เมื่อฟุตบอลโลกถูกนำไปตีราคาเป็นตัวเลข ย้อนกลับไปเมื่อวันอังคารที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีการเปิดเผยข้อมูลที่สร้างความตกตะลึงให้กับแฟนบอลทั่วโลกว่า ฟีฟ่าภายใต้การนำของอินฟานติโน่กำลังวางแผนลับที่จะขายหุ้นส่วนน้อยของทัวร์นาเมนต์เรือธง ทั้งฟุตบอลโลกชายและฟุตบอลโลกหญิง ให้กับกลุ่มนักลงทุนภาคเอกชน โดยมีเป้าหมายระดมทุนมหาศาลกว่า 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านช่องทางที่เรียกว่า FIFA Forward Enterprise หรือ FFE ตัวเลขระดับ 20,000 ล้านดอลลาร์ นับว่าไม่ใช่จำนวนเงินน้อย ๆ เมื่อเทียบกับมูลค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดและสปอนเซอร์ของฟุตบอลโลกในปัจจุบัน นี่คือระดับเดียวกับดีลใหญ่ในวงการกีฬาอาชีพระดับโลกอย่าง NFL หรือ NBA ที่มีการขายหุ้นส่วนน้อยให้นักลงทุนเอกชนมาแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้แผนนี้กลายเป็นประเด็นร้อนแรงกว่าปกติ คือชื่อของนักลงทุนที่คาดว่าจะเป็นผู้นำกลุ่มเสนอซื้อ นั่นคือ บริษัท Thrive Capital … Read more

ฟุตบอลโลกสะเทือน! เมื่อยูฟ่า-คอนคาเคฟ ผนึกกำลังต้าน อินฟานติโน่ ขายหุ้นให้ทุนตระกูลทรัมป์

20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คือตัวเลขที่อาจเปลี่ยนโฉมหน้าฟุตบอลโลกไปตลอดกาล แต่กลับกลายเป็นชนวนที่จุดให้เกิดการแตกหักครั้งใหญ่ที่สุดในวงการลูกหนังโลกรอบหลายทศวรรษ ลองจินตนาการดูว่า หากวันหนึ่งฟุตบอลโลกไม่มีทีมชาติเยอรมนี ไม่มีฝรั่งเศส ไม่มีอังกฤษ และไม่มีสเปนแชมป์โลกคนล่าสุด จะยังเรียกได้ว่าเป็นมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกอยู่หรือไม่ นี่ไม่ใช่สถานการณ์สมมติที่ห่างไกลความจริงอีกต่อไป เพราะภายในสัปดาห์เดียว วงการฟุตบอลโลกได้เผชิญกับแผ่นดินไหวทางการเมืองกีฬาครั้งใหญ่ เมื่อสองสหพันธ์ทวีปที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกลุกขึ้นมาท้าทายอำนาจของประธานฟีฟ่าอย่างเปิดเผย ปฐมบทของความขัดแย้ง เมื่ออำนาจเงินเข้าปะทะจิตวิญญาณกีฬา ฟุตบอลโลกไม่ได้เป็นเพียงแค่การแข่งขันกีฬา แต่คือสมบัติร่วมของมวลมนุษยชาติที่สั่งสมมาเกือบร้อยปี นับตั้งแต่การแข่งขันครั้งแรกที่ประเทศอุรุกวัยเมื่อปี 1930 ทัวร์นาเมนต์นี้เติบโตจนกลายเป็นสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจที่มีมูลค่ามหาศาล ทุกสี่ปีที่ฟุตบอลโลกจัดขึ้น ทั้งโลกจะหยุดนิ่งเพื่อจับตาดูการแข่งขันที่ผู้คนนับพันล้านคนเฝ้าติดตาม แต่เบื้องหลังความยิ่งใหญ่นี้ ฟีฟ่าในฐานะองค์กรที่ควบคุมดูแลกลับต้องเผชิญแรงกดดันมหาศาลในการหาแหล่งเงินทุนมารองรับการขยายตัวของทัวร์นาเมนต์ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มจำนวนทีมเข้าร่วม การขยายรูปแบบการแข่งขัน หรือการลงทุนในเทคโนโลยีถ่ายทอดสดระดับโลก จานนี่ อินฟานติโน่ ประธานฟีฟ่าคนปัจจุบัน จึงมองเห็นโอกาสในการดึงทุนเอกชนเข้ามาร่วมลงทุน โดยเสนอแผนขายหุ้นในหน่วยงานที่ชื่อว่า ฟีฟ่า ฟอร์เวิร์ด เอ็นเตอร์ไพรส์ หรือเอฟเอฟอี ซึ่งจะเป็นกลไกในการระดมทุนมูลค่ามหาศาลถึงสองหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แลกกับการให้กลุ่มทุนเอกชนมีอิทธิพลเหนือกิจการที่เกี่ยวข้องกับฟุตบอลโลกในอนาคต ทั้งเรื่องลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดและข้อตกลงเชิงพาณิชย์ต่าง ๆ จุดที่ทำให้เรื่องนี้ร้อนแรงยิ่งขึ้นไปอีกคือ ตัวตนของนักลงทุนที่อยู่เบื้องหลังแผนการนี้ นั่นคือ โจชัว คุชเนอร์ ซึ่งเป็นน้องชายของ จาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา การปรากฏตัวของชื่อนี้ทำให้หลายฝ่ายในวงการฟุตบอลเริ่มตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและเจตนาที่แท้จริงของดีลนี้ทันที เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่อินฟานติโน่ถูกมองว่าพยายามสร้างความสัมพันธ์อันดีกับกลุ่มคนใกล้ชิดตระกูลทรัมป์ ก่อนหน้านี้เขาเคยริเริ่มการมอบรางวัลสันติภาพฟีฟ่า … Read more

เมื่อเงินทุนต่างชาติหลายพันล้านกำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้าฟุตบอลโลกไปตลอดกาล ยูฟ่าจะยอมหรือไม่?

ลองจินตนาการดูว่า หากมีใครสักคนเสนอเงินกว่า 3.7 แสนล้านบาท (มากกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อแลกกับสิทธิ์ในการเข้าไปมีส่วนได้ส่วนเสียในฟุตบอลโลก คุณคิดว่าองค์กรที่ดูแลกีฬาที่คนทั้งโลกรักจะตอบรับข้อเสนอนี้หรือไม่ และหากผู้ที่อยู่เบื้องหลังเงินก้อนนี้มีสายสัมพันธ์เชื่อมโยงกับตระกูลผู้นำประเทศมหาอำนาจ เรื่องราวจะซับซ้อนขึ้นไปอีกกี่เท่า นี่ไม่ใช่พล็อตหนังฮอลลีวูด แต่คือสถานการณ์จริงที่กำลังเกิดขึ้นในวงการฟุตบอลโลก เมื่อ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) เปิดเผยแผนการที่จะเชิญชวนนักลงทุนภาคเอกชนเข้ามาถือหุ้นในกิจการใหม่ที่รวบรวมธุรกิจของฟีฟ่าทั้งหมดไว้ด้วยกัน และแผนนี้เองที่จุดชนวนให้ สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ออกมาแสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจน จนกลายเป็นศึกอำนาจครั้งใหญ่ที่อาจสั่นสะเทือนโครงสร้างฟุตบอลโลกไปอีกหลายทศวรรษ ที่มาของแผนการพันล้าน เมื่อฟีฟ่าต้องการปีกใหม่ในการบิน ต้องเข้าใจก่อนว่า ฟีฟ่าไม่ใช่แค่หน่วยงานจัดการแข่งขัน แต่คือองค์กรที่ควบคุมเม็ดเงินมหาศาลจากลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด สปอนเซอร์ และการจัดการแข่งขันระดับโลกอย่างฟุตบอลโลก ที่ผ่านมาฟีฟ่าใช้โมเดลรายได้แบบดั้งเดิม คือพึ่งพารายได้จากทัวร์นาเมนต์ใหญ่เป็นหลัก แต่ในยุคที่วงการกีฬาทั่วโลกเปลี่ยนผ่านสู่การระดมทุนจากภาคเอกชนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ หรือบริษัทร่วมทุนขนาดใหญ่ ฟีฟ่าเองก็ต้องการขยับตัวตามกระแสนี้เช่นกัน แผนที่ถูกเปิดเผยออกมาระบุว่า ฟีฟ่าต้องการขยาย “เงินทุนเพื่อการพัฒนาฟุตบอล” ให้มีมูลค่ามากกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยราวสามแสนกว่าล้านบาท โดยจะเปิดทางให้บุคคลที่สามเข้ามาลงทุนในสัดส่วนที่ไม่ถึงกับควบคุมกิจการ ผ่านบริษัทลูกที่ตั้งขึ้นใหม่ในชื่อ ฟีฟ่า ฟอร์เวิร์ด เอ็นเตอร์ไพรซ์ (เอฟเอฟอี) ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมกิจกรรมเชิงพาณิชย์ทั้งหมดของฟีฟ่าเอาไว้ในที่เดียว เรื่องนี้ถูกรายงานครั้งแรกโดยสื่อเศรษฐกิจระดับโลกอย่างไฟแนนเชียล ไทม์ส และตามมาด้วยเดอะ ไทม์ส ซึ่งรายงานเพิ่มเติมในมุมที่ร้อนแรงไม่แพ้กัน นั่นคือความเป็นไปได้ที่ประธานฟีฟ่าอย่าง … Read more