กำปั้นอีสานระเบิดโลก! มวยไทยรากหญ้าซีซั่น 4 เดือดสนั่นบุรีรัมย์ เฟ้นแชมป์สู่เวทีระดับชาติ

เมื่อสังเวียนชั่วคราวกลายเป็นเวทีฝัน กำปั้นจาก 20 จังหวัดภาคอีสานพิสูจน์ตัวเองด้วยน้ำพักน้ำแรง ความหวัง และหมัดที่ไม่รู้จักแพ้ มีเรื่องหนึ่งในวงการมวยไทยที่ไม่ค่อยถูกพูดถึงในสื่อกระแสหลักมากนัก แต่กลับเป็นหัวใจสำคัญของการอยู่รอดของศิลปะประจำชาติในยุคที่ทุกอย่างถูกขับเคลื่อนด้วยเงินและสปอนเซอร์รายใหญ่ นั่นคือ “นักมวยรากหญ้า” เหล่านักชกจากต่างจังหวัด จากค่ายเล็กๆ ที่ไม่มีชื่อเสียง ไม่มีเส้นสาย มีเพียงกำปั้นและความฝันที่อยากพิสูจน์ตัวเองในสังเวียน วันพุธที่ 25 มิถุนายน 2569 คือวันที่กำปั้นแห่งอีสานได้ลั่นดังขึ้นอีกครั้ง เมื่อโครงการ “สืบสานมวยไทยจากรากหญ้าสู่สากล” ซีซั่น 4 จัดศึกรอบ 16 คนสุดท้าย โซนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ สังเวียนชั่วคราวโดมสวนรมย์บุรี 200 ปี เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ บรรยากาศคึกคักแน่นโดม ผู้คนจากหลายจังหวัดแห่มาเชียร์นักชกบ้านใกล้เรือนเคียงอย่างไม่ขาดสาย โครงการที่เปลี่ยนชีวิตนักชกทั่วประเทศ ก่อนจะเข้าสู่ผลการชกอันร้อนแรง ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าโครงการ “สืบสานมวยไทยจากรากหญ้าสู่สากล” คืออะไร และทำไมมันถึงสำคัญต่อวงการมวยไทยมากขนาดนี้ โครงการนี้ดำเนินการโดยกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย สมาคมกีฬามวยอาชีพแห่งประเทศไทย และบริษัทท็อปคิง บ็อกซิ่ง โดยมีเป้าหมายเฟ้นหานักชกฝีมือดีเข้าสู่การแข่งขันในรอบต่อไป พร้อมผลักดันมวยไทยให้เป็นพลังอ่อนของประเทศสู่เวทีนานาชาติ ที่สำคัญ โครงการนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้เป็นโครงการในพระบรมราชูปถัมภ์ ภายใต้คณะกรรมการกีฬา Domestic Power แชมป์ในการแข่งขันจะได้รับรางวัลและถ้วยพระราชทาน ซึ่งถือเป็นเกียรติสูงสุดของนักกีฬา … Read more

กำปั้นแดนใต้เดือดไม่มีหยุด! “มวยไทยรากหญ้า ซีซั่น 4” เฟ้นได้ 8 นักชกแกร่ง พร้อมลุ้นแชมป์พระราชทานผ่านด่านโหด ลุยต่อรอบก่อนรองชนะเลิศที่ระนอง

เคยสงสัยไหมว่า นักมวยไทยชั้นยอดที่เราเห็นบนเวที ONE ลุมพินี หรือ RWS มีจุดเริ่มต้นมาจากไหน? คำตอบก็คือ พวกเขาหลายคนไต่เต้ามาจากการแข่งขันระดับรากหญ้า ค่ายมวยเล็กๆ ตามต่างจังหวัด และการดิ้นรนสู้ชีวิตด้วยกำปั้นที่ไม่ต่างอะไรกับที่เราเห็นในศึก “สืบสานมวยไทยจากรากหญ้าสู่สากล” หรือ Authentic Muaythai ซีซั่น 4 ที่กำลังจุดไฟร้อนแรงไปทั่วประเทศในขณะนี้ เมื่อวันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา สนามกีฬาจิระนคร อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา กลายเป็นศูนย์กลางของพลังแห่งกำปั้นแดนทักษิณ เมื่อนักชกตัวแทนจากทั่วภาคใต้พร้อมใจกันเปิดศึกรอบ 16 คนสุดท้ายในโซนภาคใต้ ท่ามกลางกองเชียร์ที่แน่นขนัดจนฟุตซอลอาคารแทบแตก บรรยากาศคุกรุ่นไม่ต่างจากการแข่งขันระดับนานาชาติ จากฝันสู่สังเวียน: โครงการที่เปลี่ยนชีวิตนักชกไทย ก่อนจะลงรายละเอียดความดุเดือดของการต่อสู้ ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าโครงการนี้ยิ่งใหญ่แค่ไหน โครงการ “สืบสานมวยไทยจากรากหญ้าสู่สากล” ไม่ใช่แค่รายการแข่งขันมวยทั่วไป แต่เป็นโครงการในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่ได้รับการสนับสนุนจากการกีฬาแห่งประเทศไทย กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย โดยมีเป้าหมายชัดเจนคือการเปิดเวทีให้กับนักมวยระดับรากหญ้าจากทั่วประเทศ ให้มีเส้นทางก้าวขึ้นสู่ระดับอาชีพได้อย่างเป็นระบบ ผลสำเร็จจาก 3 ซีซั่นที่ผ่านมาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าโครงการนี้ไม่ได้สร้างแค่แชมป์ แต่สร้าง “อาชีพ” ให้กับนักชกจริงๆ เมื่อหลายคนที่เคยผ่านเวทีมวยรากหญ้าได้ก้าวขึ้นไปแข่งขันในรายการระดับประเทศอย่าง ONE ลุมพินี … Read more

กำปั้นไทยไม่ใช่แค่ศิลปะการต่อสู้ แต่คือ “อาวุธแห่งชาติ” ที่พิสูจน์ตัวเองในเวทีโลกอีกครั้ง

วันแรกของศึกมวยไทยชิงแชมป์โลก 2026 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ทัพนักชกไทยเปิดฉากด้วยชัยชนะ 5 ใน 6 รุ่น รวมถึงน็อกเอาต์ 3 ราย ภายในยกแรกเท่านั้น แต่หลังม่านชัยชนะนั้น มีอะไรซ่อนอยู่มากกว่าแค่ผลการแข่งขัน เปิดฉากดุ ทำไมวันแรกถึงสำคัญที่สุด ในโลกของการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ ไม่มีอะไรที่ “ปลอดภัย” ในการบอกว่าทีมไหนจะครองเวทีได้ตั้งแต่ต้น โดยเฉพาะในศึกมวยไทยชิงแชมป์โลก ซึ่งนักชกจากหลายสิบประเทศทั่วโลกต่างฝึกซ้อมมาตลอดทั้งปีเพื่อวันนี้โดยเฉพาะ ทว่าเมื่อวันเสาร์ที่ 21 มิถุนายน 2569 สังเวียนที่กรุงกัวลาลัมเปอร์กลับกลายเป็นเวทีประกาศศักดาของกำปั้นสยาม ทัพไทยส่งนักชกลงสังเวียน 6 รุ่นในวันแรก คว้าชัยมาได้ถึง 5 รุ่น และที่น่าทึ่งกว่านั้นคือ 3 ใน 5 ชัยชนะนั้นมาจากการน็อกเอาต์ในยกแรกเท่านั้น นี่ไม่ใช่ความบังเอิญ ไม่ใช่โชค แต่คือผลลัพธ์ของระบบการฝึกสอนที่ฝังรากลึกอยู่ในวัฒนธรรมไทยมายาวนานหลายร้อยปี คำถามที่น่าสนใจกว่าคือ: อะไรทำให้มวยไทยยังคงครองความได้เปรียบในเวทีโลกได้แม้ว่าโลกจะเรียนรู้ศาสตร์นี้มานานหลายสิบปีแล้ว? กุลณัฐ อ่อนอก: กำปั้นสตรีที่ “เปิดประตู” ให้ทัพไทย ชัยชนะแรกของทัพไทยในวันนั้นมาจากสาวนักสู้ กุลณัฐ อ่อนอก หรือ “น้องนุ๊ก มกช.ชัยภูมิ” … Read more

กำปั้นเจ้าภาพสั่นสะเทือน! “ธรรมรัตน์” ถล่มชนะเอกฉันท์ ลิ่วมวยเยาวชนชิงแชมป์ไทย บนเวทีบ้านเกิดพิษณุโลก

มีนักกีฬาบางคนที่ไม่ได้แค่ “ชนะ” แต่พวกเขา “ครองสนาม” ตั้งแต่นาทีแรกที่ก้าวขึ้นเวที และนั่นคือสิ่งที่ ธรรมรัตน์ เจริญสิริสารัตน์ กำปั้นดาวรุ่งจากโรงเรียนกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก พิสูจน์ให้เห็นในวันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน 2569 เมื่อเขาเปิดฉากการแข่งขัน มวยสากลยุวชนและเยาวชนชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ประจำปี 2569 วันที่สอง ด้วยการบุกทะลุเอกฉันท์ 5 ต่อ 0 เสียง จากกรรมการทุกคน คำถามที่น่าสนใจกว่าแค่ผลการแข่งขันคือ อะไรทำให้นักชกวัยเยาวจากพิษณุโลกคนนี้ ฉายแววต่างออกไปจากคนอื่นบนเวทีเดียวกัน และสิ่งที่เขาทำมันสะท้อนอะไรให้กับวงการมวยสากลเยาวชนไทยในยุคนี้? พิษณุโลกเปิดบ้านต้อนรับ 519 กำปั้นจากทั่วแผ่นดิน ก่อนจะพูดถึงตัวนักชก ต้องทำความเข้าใจเวทีก่อน เพราะการแข่งขันครั้งนี้ไม่ใช่รายการธรรมดา จังหวัดพิษณุโลก ร่วมกับสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย เปิดประตูโดมอเนกประสงค์ ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก เป็นสนามประลองตั้งแต่วันที่ 20-26 มิถุนายน 2569 มีสโมสรสมาชิกร่วมส่งนักกีฬาถึง 82 ทีม และมีนักชกสมัครเข้าร่วม 519 คน แบ่งเป็น 22 รุ่น ในประเภทยุวชนและเยาวชน ทั้งชายและหญิง ตัวเลข 519 … Read more

เดโชโดนแบนทั่วประเทศ! เมื่อนักมวยแหกกฎค่ายแอบเปลี่ยนชื่อรับงานเอง จุดชนวนสงครามวินัยในวงการมวยไทย

ระเบิดเถิดเทิงในค่ายมวยสงขลา วงการมวยไทยสะเทือนอีกครั้งในวันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน 2569 เมื่อข่าวคำสั่งแบนนักชกออกมาสั่นคลอนแวดวงกีฬาศิลปะการต่อสู้ประจำชาติไทย แต่ครั้งนี้ประเด็นไม่ได้อยู่ที่การแพ้หรือชนะบนสังเวียน หากอยู่ที่ความสัมพันธ์ระหว่างนักชกกับต้นสังกัดที่ถูกทำลายลงจนไม่อาจซ่อมแซมได้ คำถามที่ต้องถามคือ ในยุคที่นักกีฬาเรียกร้องสิทธิ์และอิสรภาพมากขึ้น เส้นแบ่งระหว่าง “วินัยนักกีฬา” กับ “สิทธิ์ส่วนบุคคล” นั้นอยู่ตรงไหน และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ เดโช ป.บริรักษ์ ครั้งนี้จะกลายเป็นบทเรียนสำคัญที่วงการมวยไทยทั้งประเทศต้องจำ ที่มาของพายุลูกนี้ เกิดอะไรขึ้นกันแน่ เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นในคืนวันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม 2569 บนเวทีศึกวันลุมพินี 155 เวทีมวยระดับประเทศที่นักมวยทั่วฟ้าเมืองไทยต่างอยากได้ขึ้นชก แต่แทนที่ชื่อ “เดโช ป.บริรักษ์” จะปรากฏบนใบประกาศการแข่งขัน กลับมีชื่อใหม่โผล่ขึ้นมาแทนที่ นั่นคือ “เดโช มาวินมวยไทย” ชื่อค่ายที่ไม่ใช่ค่าย ป.บริรักษ์ ซึ่งเป็นสังกัดที่เขาผูกพันและฝึกซ้อมมา สิ่งที่เกิดขึ้นในคืนนั้นคือการกระทำที่วงการมวยถือว่าเป็นการ “แหกกฎ” ขั้นรุนแรงที่สุด เดโชตัดสินใจเปลี่ยนชื่อค่ายในใบสมัครและรับงานชกด้วยตัวเองโดยไม่ผ่านการอนุมัติจากนายกแบน ประสงค์ บริรักษ์ เจ้าของและหัวหน้าค่าย ป.บริรักษ์ ซึ่งในระบบมวยไทยถือว่าเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้อย่างเด็ดขาด ระบบค่ายมวยไทย ทำไมวินัยจึงศักดิ์สิทธิ์ขนาดนี้ เพื่อให้เข้าใจว่าทำไมการกระทำของเดโชจึงถูกมองว่าร้ายแรงขนาดนี้ ต้องย้อนกลับไปทำความเข้าใจโครงสร้างของวงการมวยไทยให้ถ่องแท้ก่อน ในระบบมวยไทยแบบดั้งเดิม ค่ายมวยไม่ได้เป็นแค่สถานที่ฝึกซ้อม หากแต่เป็นเสมือน … Read more

โบ๊ทจัดหนัก! รับบทกาวใจ จับ “บุญมี VS สไนล์” ชกจริงบนเวทีวันกรรชัย 19 พฤษภาคมนี้

ปิดฉากดราม่าด้วยกำปั้น เมื่อเสี่ยโบ๊ท ณัฐเดช วชิรรัตนวงศ์ โปรโมเตอร์หนุ่มไฟแรง ยื่นมือเป็นคนกลางจับบุญมีปะทะสไนล์ เคลียร์ใจบนสังเวียนอย่างเป็นทางการ หลังดราม่าสงกรานต์คาราคาซังมานานหลายเดือน จุดเริ่มต้นของบาดแผล ดราม่าที่ลากยาวจากสงกรานต์ ความขัดแย้งระหว่าง บุญมี และ สไนล์ ไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน แต่คุกรุ่นมาตั้งแต่ช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา จนกลายเป็นกระแสที่สังคมออนไลน์จับตามองอย่างใกล้ชิด ทั้งสองฝ่ายเคยพยายามหาทางออกร่วมกันในรายการโหนกระแส แต่ก็ยังไม่สามารถหาข้อสรุปที่ชัดเจนได้ ทำให้ความตึงเครียดยังคงคาราคาซังต่อไปโดยไม่มีจุดสิ้นสุด ในโลกของมวยไทยและวงการบันเทิงที่ทับซ้อนกัน ปัญหาประเภทนี้มักลงเอยได้สองทาง คือ จบแบบเงียบๆ หรือจบแบบระเบิดออกมาให้ได้เห็นกัน แต่ครั้งนี้ เสี่ยโบ๊ท เลือกทางที่สามซึ่งฉลาดที่สุด นั่นคือ ให้กีฬาเป็นคำตอบ เสี่ยโบ๊ท ยื่นมือเป็นกาวใจ เคลียร์ทุกอย่างบนสังเวียน เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 29 เมษายน 2569 ณ ค่ายมวยเพชรดี อะคาเดมี่ จรัญสนิทวงศ์ 34 บรรยากาศที่ดูเผินๆ เหมือนงานแถลงข่าวธรรมดา กลับมีน้ำหนักของความสำคัญซ่อนอยู่อย่างเต็มเปี่ยม เสี่ยโบ๊ท ณัฐเดช วชิรรัตนวงศ์ โปรโมเตอร์หนุ่มไฟแรงแห่งศึกเพชรยินดี เรียกทั้ง บุญมี และ สไนล์ มาเผชิญหน้ากันอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก การตัดสินใจของเสี่ยโบ๊ทในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของนักโปรโมตรุ่นใหม่ที่เข้าใจว่าความขัดแย้งที่คุกรุ่นอยู่ในสังคมสามารถถูกแปลงให้กลายเป็นคุณค่าทางกีฬาได้ … Read more

อัจฉริยะเดินหน้าไม่หยุด! ดีเดย์ 20 เม.ย. เปิดหลักฐานวงจรปิดมัดตัวขบวนการวางยา “พฤหัสน้อย ส.สมหมาย” ฐานพยายามฆ่า

วงการมวยไทยกำลังเผชิญกับคดีที่อาจพลิกโฉมทั้งอุตสาหกรรม เมื่อชายคนหนึ่งประกาศสงครามเต็มรูปแบบกับขบวนการมืดที่จ้องทำลายนักสู้ในกรง ไม่ใช่แค่การร้องเรียน แต่เป็นการประกาศว่ามีหลักฐานที่มัดตัวผู้กระทำผิดได้อย่างแน่นหนา คำถามคือ ใครคือคนที่ยืนอยู่เบื้องหลังขบวนการอันฉาวนี้ และวงการมวยไทยจะรอดพ้นจากเงามืดนี้ได้หรือไม่? จุดเริ่มต้นของพายุ: คดีวางยาที่สั่นสะเทือนวงการมวย เหตุการณ์ที่ไม่ควรเกิดขึ้นในกีฬาศิลปะการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของไทยได้ปะทุขึ้นเมื่อข้อมูลเกี่ยวกับการวางยานักมวยชื่อดัง พฤหัสน้อย ส.สมหมาย แพร่กระจายออกไปในวงกว้าง คดีนี้ไม่ธรรมดา เพราะผู้ถูกกระทำคือนักมวยที่มีชื่อเสียงและผู้คนจำนวนมากให้ความสนใจติดตาม การวางยานักกีฬาไม่ใช่แค่การทุจริตในกีฬา แต่มันคือการก่ออันตรายต่อชีวิตมนุษย์อย่างเย็นชา ยาหรือสารต้องห้ามที่ถูกใส่เข้าไปในร่างกายของนักมวยโดยที่เขาไม่รู้ตัว อาจส่งผลให้ประสิทธิภาพการต่อสู้ลดลงอย่างผิดปกติ ทำให้เกิดอาการมึนงง อ่อนแรง หรือในกรณีร้ายแรงที่สุดอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ โดยเฉพาะในกีฬาที่ต้องใช้สมาธิและการตอบสนองของร่างกายเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์เช่นมวยไทย นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ในฐานะโปรโมเตอร์ศึกท็อปแฟร์รี่ยิม เป็นผู้ที่ออกมายืนหน้าในคดีนี้ โดยประกาศอย่างชัดเจนว่าจะไม่ปล่อยให้เรื่องนี้เงียบหายไปอีกต่อไป เขากำหนดดีเดย์เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.กระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ในวันจันทร์ที่ 20 เมษายน 2569 เวลา 10.00 น. หลักฐานจากกล้องวงจรปิด: ไม่มีที่หนีสำหรับผู้กระทำผิด ประเด็นที่ทำให้คดีนี้ระทึกที่สุดคือการที่นายอัจฉริยะประกาศว่ามีหลักฐานชิ้นสำคัญจาก กล้องวงจรปิดภายในห้องพักนักมวย ซึ่งบันทึกพฤติกรรมและใบหน้าของผู้ก่อเหตุได้อย่างชัดเจน ในยุคดิจิทัลที่กล้องวงจรปิดมีอยู่ทุกมุมเมือง หลักฐานประเภทนี้ถือเป็นสิ่งที่แทบจะหักล้างไม่ได้ในชั้นศาล ภาพที่บันทึกไว้ไม่ใช่แค่พยานบุคคลที่อาจถูกโต้แย้งได้ แต่คือหลักฐานทางกายภาพที่แสดงให้เห็นถึงเจตนาและการกระทำของผู้ต้องสงสัยอย่างตรงไปตรงมา ความสำคัญของหลักฐานกล้องวงจรปิดในคดีเช่นนี้มีหลายมิติ ทั้งการระบุตัวตนผู้ต้องสงสัยได้อย่างแม่นยำ, การพิสูจน์ว่ามีการบุกรุกเข้าไปในพื้นที่ห้องพักนักมวยจริง, การแสดงให้เห็นถึงกระบวนการและขั้นตอนในการก่อเหตุ รวมถึงการพิสูจน์ว่าเหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดจากความบังเอิญหรือความประมาท แต่เป็นการกระทำโดยเจตนาอย่างชัดเจน ข้อหาพยายามฆ่า: … Read more

“พลายพยัคฆ์” ครองสังเวียนราชดำเนิน! ยาวใหญ่ดักแข้ง-เสียบเข่าบดขยี้ “บุญชู” ศึกมวยไทยพลังใหม่คืนวันพุธ

มวยไทยคืนวันที่ 1 เมษายน 2569 ที่เวทีราชดำเนิน พิสูจน์แล้วว่าความได้เปรียบทางกายภาพไม่ใช่แค่ “โชคชะตา” แต่คือ “อาวุธ” ที่ต้องรู้จักใช้ให้เป็น — และพลายพยัคฆ์ ส.สมหมาย คือตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดในคืนนี้ เมื่อ “ช่วงชก” กลายเป็นอาวุธสังหาร ในโลกของมวยไทย มีความจริงอยู่ข้อหนึ่งที่นักชกอาชีพรู้กันดี นั่นคือ “ขนาดของร่างกาย” ที่ใช้ได้อย่างชาญฉลาด มักมีค่ามากกว่ากำลังดิบๆ หลายเท่า และในคืนวันพุธที่ 1 เมษายน 2569 บนเวทีมวยราชดำเนิน นักชกหนุ่มจากนครศรีธรรมราชคนหนึ่งได้พิสูจน์สัจธรรมข้อนี้ให้คนดูทั้งสนามได้เห็นกับตา พลายพยัคฆ์ ส.สมหมาย วัย 23 ปี ก้าวขึ้นสู่สังเวียนในฐานะคู่เอกของศึกมวยไทยพลังใหม่ด้วยความมั่นใจที่เห็นได้ชัดจากท่าทาง เขาเผชิญหน้ากับ บุญชู ส.บุญมีฤทธิ์ นักชกรุ่นน้องวัย 22 ปีจากสุราษฎร์ธานี ในศึกที่ผู้ชมต่างจับตามองว่าจะเป็นการปะทะระหว่างนักชกใต้สองคนที่มีสไตล์ต่างกันสุดขั้ว สิ่งที่คนดูได้เห็นตลอด 5 ยกนั้นคือ “มวยไทยที่ถูกใช้อย่างถูกต้อง” ในทุกแง่มุม พลายพยัคฆ์: เมื่อความสูงยาวไม่ใช่แค่ข้อได้เปรียบ แต่คือกลยุทธ์ หนึ่งในสิ่งที่นักวิเคราะห์มวยไทยมักพูดถึงคือ “การใช้ช่วงชกให้เป็น” หรือที่เรียกกันในภาษาของนักมวยว่าการ “คุมระยะ” … Read more