เจ้าแหลม 39 ปี ยังสิงห์! ฟัดคะแนนเอกตะวันขาดลอย ประกาศพร้อมล่าแชมป์โลกสมัยที่ 3

มีนักมวยบนโลกใบนี้ไม่กี่คนที่สามารถหยุดเวลาได้ — แต่คืนวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน 2569 “เจ้าแหลม” ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น พิสูจน์ให้เห็นว่าอายุ 39 ปีไม่ใช่บทสุดท้าย มันคือบทที่น่าติดตามที่สุดในชีวิตนักมวยคนนี้ต่างหาก เมื่อตำนานเดินออกมาจากความเงียบ ในวงการกีฬาอาชีพ ไม่มีอะไรโหดร้ายกว่าการถูกลืม โดยเฉพาะเมื่อเคยยิ่งใหญ่ระดับโลก คืนแห่งการคัมแบ็กของ “เจ้าแหลม” บนเวทีมวยนครหลวงสเตเดี้ยม จึงไม่ใช่แค่ผลการชกอุ่นหมัดธรรมดา แต่มันคือการประกาศต่อแฟนมวยทั่วโลกว่า — ชายคนนี้ยังอยู่ และยังพร้อมที่จะสู้ ผลการแข่งขันศึก “นครหลวง โรด ทู เดอะ เวิลด์ แชมเปียนส์” ปรากฏว่า “เจ้าแหลม” ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น อดีตแชมป์โลกขวัญใจชาวไทยวัย 39 ปี สามารถเอาชนะคะแนนแบบเอกฉันท์ 3-0 เหนือ เอกตะวัน ศิษย์ชาญสิงห์ อดีตผู้ท้าชิงแชมป์โลก คว้าชัยชนะไฟต์ที่ 59 ในอาชีพได้อย่างงดงาม ด้วยสกอร์การ์ด 79 ต่อ 73 ทั้ง 3 เสียง … Read more

บุญชูเฉือนแต้มสองพยัคฆ์ เมื่อเด็กสุราษฎร์ฯ วัย 22 พิสูจน์ว่าความอดทนคือราชาแห่งสังเวียนราชดำเนิน

วัย 22 ปีนับเป็นช่วงชีวิตที่คนส่วนใหญ่ยังหาทางเดินของตัวเองไม่เจอ แต่สำหรับ บุญชู ส.บุญมีฤทธิ์ เด็กหนุ่มจากสุราษฎร์ธานีคนนี้ รู้แล้วว่าเส้นทางของตัวเองคือสังเวียนมวยไทย และเขาพิสูจน์มันอีกครั้งในคืนวันพฤหัสบดีที่ 24 มิถุนายน 2569 ด้วยการเดินเกมกดดันตลอดห้ายก ก่อนจะคว้าชัยชนะด้วยคะแนนเหนือ สองพยัคฆ์ หยกขาวยิม เจ้าหนุ่มวัย 18 ปีจากสมุทรปราการที่สู้ไม่ถอยเช่นกัน ที่ศึกมวยไทยพลังใหม่ เวทีมวยราชดำเนิน คืนนั้นราชดำเนินไม่ได้แค่จัดมวย แต่ส่งมอบบทเรียนที่สำคัญที่สุดข้อหนึ่งในวงการกีฬาให้กับทุกคนที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์ นั่นคือ “ความแกร่งที่ไม่มีวันจับต้องได้ มักซ่อนตัวอยู่ใต้รอยเหงื่อที่ไม่มีใครเห็น” สองนักรบต่างขั้ว เส้นทางที่โคจรมาบรรจบกัน ก่อนจะเข้าใจความยิ่งใหญ่ของการชกครั้งนี้ ต้องเข้าใจตัวตนของนักชกทั้งสองก่อน บุญชู ส.บุญมีฤทธิ์ ไม่ใช่หน้าใหม่บนสังเวียนราชดำเนิน เขาเคยโชว์ฝีมือในศึกมวยไทยพลังใหม่มาแล้วหลายครั้ง รวมถึงการน็อกเอาต์คู่ต่อสู้ในยกสองมาแล้วในอดีต ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขามีทั้งพลังและความสามารถในการจบเกม สไตล์การชกของบุญชูคือนักชกประเภทที่เรียกว่า “ไล่บด” คือเดินเข้าหาคู่ต่อสู้อย่างไม่หยุด กดทับ บีบพื้นที่ และสร้างจังหวะจากการประชิดตัว ซึ่งเป็นสไตล์ที่ต้องการทั้งร่างกายที่แข็งแกร่งและจิตใจที่ไม่รู้จักท้อ ฝั่งตรงข้าม สองพยัคฆ์ หยกขาวยิม วัย 18 ปีจากสมุทรปราการ คือตัวแทนของมวยยุคใหม่ที่เล่นด้วยเชิงและเหลี่ยม เขาไม่ได้ยืนยันชัยชนะด้วยการชกแต่ละหมัด แต่ใช้วิธี “ดักจังหวะ” สาดแข้งแทงเข่าในช่วงเวลาที่คู่ต่อสู้เปิดช่อง และหลักฐานที่ยืนยันศักยภาพของเขาชัดเจนที่สุดก็คือชัยชนะเหนือ … Read more

เดือดกู้ศรัทธา! บักโนว่า ปะทะ ขุนศึก คู่เอกศึกเพชรยินดี ราชดำเนิน ใครจะรอด ใครจะร่วง

เมื่อสองยอดมวยฟอร์มสะดุดพร้อมกันในไฟต์ก่อน ก็ย่อมหมายความว่าทั้งคู่ต่างกระหายชัยชนะในระดับที่ไม่ธรรมดา คืนวันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน 2569 เวทีมวยราชดำเนินเตรียมเดือดอีกครั้ง เมื่อ บักโนว่า บางแสนไฟท์คลับ กับ ขุนศึก เพชรยินดีอะคาเดมี่ ถูกจัดให้เจอกันในคู่เอกนำรายการ “ศึกเพชรยินดี” ไฟต์ที่ไม่มีใครกล้าเรียกว่าการแข่งขันธรรมดาได้อีกต่อไป สองนักสู้ หนึ่งจุดหมาย กู้ศักดิ์ศรีกลับคืน มวยไทยสอนเราเสมอว่า ยอดนักสู้ที่แท้จริงไม่ได้วัดกันที่ความสำเร็จในวันที่ฟอร์มดี แต่วัดกันที่การลุกขึ้นอีกครั้งหลังจากสะดุดล้ม คู่เอกคืนนี้เกิดขึ้นจากการโคจรมาพบกันของสองยอดมวยฟอร์มสดที่ต้องการกู้ศรัทธาหลังสะดุดแพ้คะแนนมาพร้อมกันในไฟต์ล่าสุด นี่จึงไม่ใช่แค่การดวลกันระหว่างสองนักมวย แต่คือการต่อสู้เพื่อยืนยันตัวตนบนเส้นทางอาชีพที่ยาวและทรหด คำว่า “กู้ศรัทธา” ในวงการมวยไทยไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เพราะสำหรับนักมวยอาชีพแล้ว ความเชื่อมั่นจากแฟนมวย จากสปอนเซอร์ และจากตัวโปรโมเตอร์รายการ ล้วนมีผลโดยตรงต่อเส้นทางชีวิตที่เลือกเดินบนเส้นชนวนและเชือกกั้น ยิ่งในยุคที่สื่อสังคมออนไลน์แพร่กระจายภาพแพ้และชนะได้ภายในวินาที ไฟต์ที่ราชดำเนินจึงมีมิติที่ลึกกว่าแค่ใบตัดสินคะแนนอีกมาก บักโนว่า บางแสนไฟท์คลับ มวยเข่าดุจากหัวใจอีสาน บักโนว่า บางแสนไฟท์คลับ เป็นยอดมวยเข่าพันธุ์ดุ วัย 20 ปี จากยโสธร พกสถิติผ่านศึกมามากกว่า 80 ไฟต์ ตัวเลขนี้บอกอะไรหลายอย่าง เพราะในวัยเพียง 20 ปี การมีประสบการณ์ขึ้นชกสะสมเกิน 80 ครั้งหมายความว่าเขาเริ่มต้นบนเส้นทางมวยไทยตั้งแต่ยังเป็นเยาวชน … Read more

เพชรภูเขียว ล้านกล้า และคืนที่พิสูจน์ว่า “ความขยัน” คืออาวุธที่ซื้อไม่ได้

มันไม่ใช่แค่การชกมวย มันคือบทเรียนที่คนทำงานทุกคนควรดู ถ้าคุณเชื่อว่าพรสวรรค์คือทุกอย่าง คืนวันอังคารที่ 23 มิถุนายน 2569 บนสังเวียนเวทีมวยนานาชาติรังสิต คงจะสั่นคลอนความเชื่อนั้นอย่างรุนแรง เพราะในศึกมวยมันส์สนั่นเมือง x ภ.หลักบุญ คู่เอกที่แฟนมวยรอคอย กลับไม่ได้จบด้วยการน็อกสะใจหรือไฮไลต์สุดอลังการ แต่กลับบทสรุปที่เรียบง่ายที่สุดในโลกของมวยไทย นั่นคือ ฝ่ายที่ ขยันกว่า ได้มือชูกลับบ้าน เพชรภูเขียว ลูกเจ้าแม่ไทรทอง กำปั้นดาวโรจน์วัย 25 ปีจากจังหวัดชัยภูมิ เฉือนชนะคะแนน ล้านกล้า เกียรติชัยยุทธ ยอดมวยฝีมือจัดจ้านวัย 24 ปีจากปัตตานี ครบห้ายก บนสังเวียนเวทีมวยนานาชาติรังสิต ในศึกที่เดือดระอุตั้งแต่ระฆังยกแรกจนถึงนาทีสุดท้าย เมื่อเพชรชัยภูมิโคจรมาชนมวยปัตตานี ค่ายลูกเจ้าแม่ไทรทอง คือหนึ่งในค่ายมวยที่มีชื่อเสียงด้านการผลิตนักชกฝีมือเยี่ยมมาอย่างต่อเนื่อง และเพชรภูเขียวคือหนึ่งในตัวแทนรุ่นใหม่ที่ค่ายแห่งนี้ภาคภูมิใจที่สุดคนหนึ่ง เขาเป็นมวยซ้ายที่อ่านเกมเป็น รู้จังหวะรุก รู้จังหวะถอย และที่สำคัญที่สุด รู้ว่าตัวเองถนัดอะไร ด้านประสบการณ์ เพชรภูเขียวมีดีกรีและชั้นมวยที่เหนือกว่าฝั่งตรงข้ามอย่างชัดเจน ชื่อชั้นที่สั่งสมมาในวงการนำมาซึ่งความเคารพและความกลัวจากคู่ต่อสู้ได้พร้อมกัน แม้ว่าจะเรื้อเวทีไปบ้างในช่วงก่อนหน้า แต่การลงชกครั้งนี้คือการประกาศกลับมาอย่างเต็มตัว ฝั่งตรงข้าม ล้านกล้า เกียรติชัยยุทธ จากปัตตานี ไม่ใช่มือสมัครเล่น เขาเป็นมวยซ้ายที่กำลังร้อนแรงจากชัยชนะที่เวทีราชดำเนินเมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งเป็นเวทีที่ถือว่าการันตีฝีมือได้ในระดับหนึ่ง จิตใจเขาจึงอยู่ในจุดที่ดีที่สุด … Read more

ศึกไร้พ่ายปะทะไร้พ่าย! “อัสลามจอน” ท้าชน “อัสซาดูลาห์” ชิงบัลลังก์มวยไทยที่รอคนครองมาตั้งแต่ปี 2567

เมื่อนักสู้สองคนที่ยังไม่เคยสะกดคำว่าแพ้มาเจอกันบนผืนผ้าใบ ผลลัพธ์จะต้องมีแค่คนเดียวที่ยังรักษาสถิตินั้นไว้ได้ นั่นคือเหตุผลที่ทำให้การต่อสู้ในคืนวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน 2569 ณ สนามมวยเวทีลุมพินี รามอินทรา กลายเป็นหนึ่งในคู่ชิงแชมป์โลกมวยไทยที่ร้อนแรงและน่าจับตามองที่สุดของปีนี้อย่างปฏิเสธไม่ได้ คู่เอกของรายการ The Inner Circle 20 คือการประกบกันของสองกำปั้นอนาคตไกลแห่งยุคสมัยใหม่ อัสลามจอน ออร์ติคอฟ จากอุซเบกิสถาน และ อัสซาดูลาห์ อิมานกาซาลิเอฟ จากรัสเซีย โดยมีเข็มขัด ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต (125-135 ป.) ที่ว่างอยู่เป็นเดิมพัน เดิมพันที่มีมูลค่าไม่ใช่แค่ตัวเลขบนสัญญา แต่คือประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการมวยในเอเชียกลาง เมื่อสองกำปั้นไร้พ่ายโคจรมาบรรจบ ในโลกมวยไทยระดับโลก การที่นักชกสองคนที่ยังไม่เคยพ่ายแพ้ได้ขึ้นชกกันบนเวทีชิงแชมป์โลกนั้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากมาก เพราะโดยปกติแล้ว โปรโมชันมักจะค่อยๆ สร้างนักชกที่มีสถิติดีให้มีชื่อเสียงก่อน แล้วค่อยนำมาเผชิญหน้ากัน ไม่ใช่นำสองคนที่ยังไม่แพ้ใครมาปะทะกันตั้งแต่ต้น ศึกนี้ถือเป็นการโคจรมาเจอกันของสองนักสู้แห่งยุคสมัยใหม่ ที่ต่างฝ่ายต่างมีฝีมือระดับชั้นนำของโลกในรุ่นเดียวกัน และยิ่งน่าทึ่งไปกว่านั้น ทั้งคู่ยังมีอายุเพียง 22 ปีเท่านั้น ซึ่งหมายความว่าไม่ว่าผลการชกจะออกมาเช่นไร เราอาจได้เห็นแชมป์โลกมวยไทยที่อายุน้อยที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ ความน่าสนใจของไฟต์นี้ไม่ได้มีเพียงแค่สถิติที่บริสุทธิ์ของทั้งคู่ แต่ยังมาจากแนวทางการชกที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง อัสลามจอนเป็นตัวแทนของนักสู้แนวคิดใหม่ที่ใช้ความเร็วและการเคลื่อนที่เป็นอาวุธหลัก ขณะที่อัสซาดูลาห์คือร่างทรงของนักสู้แนวอำนาจที่มีพลังทำลายล้างสูง ทำให้ไฟต์นี้เป็นเสมือนการทดสอบทางทฤษฎีการต่อสู้ที่ว่า ความเร็วกับพลัง อะไรจะชนะกัน … Read more

ช็อกวงการหมัด! “เพชรศิลา” ป่วยกะทันหันถอนชก “โคกิ โอซากิ” ศึก RWS 200 — และนี่คือเหตุผลที่นักสู้ตัวจริงทุกคนเข้าใจการตัดสินใจครั้งนี้

ลองจินตนาการว่าคุณทุ่มเทฝึกซ้อมมาหลายเดือน อดทนกับความเจ็บปวด ควบคุมอาหาร รีดน้ำหนัก และอดนอนเพื่อไฟต์ที่อาจเปลี่ยนชีวิตทั้งชีวิต แต่แล้วในโค้งสุดท้ายก่อนถึงวันชก ร่างกายของคุณกลับ “ทรยศ” คุณเสียเอง คำถามคือ คุณจะฝืนขึ้นเวทีทั้งที่รู้ว่าตัวเองไม่พร้อม หรือจะกล้าพอที่จะพูดคำว่า “ถอน” นี่คือสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นกับ เพชรศิลา ว.อุรชา ยอดมวยไทยที่กำลังจะได้โอกาสครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต แต่กลับต้องประกาศถอนตัวจากการดวลกับ โคกิ โอซากิ ซุปเปอร์สตาร์ชาวญี่ปุ่น ในศึก RWS 200 วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน 2569 ณ เวทีราชดำเนิน เพราะอาการป่วยที่ถาโถมเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว หลายคนอาจมองว่านี่คือ “ความน่าเสียดาย” แต่ถ้ามองให้ลึก เรื่องนี้กลับเต็มไปด้วยบทเรียนเรื่องวิทยาศาสตร์การกีฬา วินัยของนักสู้ และความกล้าหาญที่หลายคนมองข้าม บทความนี้จะพาคุณไปเจาะทุกมิติของเหตุการณ์ครั้งนี้ ความจริงที่โหดร้าย เมื่อร่างกายไม่ใช่เครื่องจักร ศึก RWS 200 ถูกวางตัวให้เป็นบิ๊กแมตช์ระดับโลกที่แฟนหมัดมวยทั้งในและต่างประเทศต่างเฝ้ารอ คู่ระหว่างเพชรศิลากับโคกิ คือหนึ่งในไฮไลต์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุด เพราะเป็นการปะทะกันระหว่างความเป็นมวยไทยต้นตำรับกับสไตล์การชกที่ดุดันของนักสู้ญี่ปุ่น แต่ในช่วงโค้งสุดท้ายของการเก็บตัว เพชรศิลากลับมีอาการป่วยอย่างรุนแรง จนไม่สามารถฝืนเตรียมความพร้อมของร่างกายให้อยู่ในจุดที่ดีที่สุดได้ ทีมงานและตัวนักมวยจึงตัดสินใจร่วมกันว่าทางเลือกที่ดีที่สุดคือการ เซฟร่างกาย และประกาศถอนตัว แม้จะรู้ดีว่านี่อาจเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่สุดในเส้นทางอาชีพก็ตาม สิ่งที่หลายคนไม่เข้าใจคือ … Read more

รุ่งเรืองเล็ก ปราบ น้ำตาเดือด ด้วยแข้งเข่าเฉียบคม ศึกเพชรยินดีเวทีราชดำเนิน

มวยไทยอาจเป็นศิลปะการต่อสู้ที่เก่าแก่หลายร้อยปี แต่เมื่อกำปั้นหนุ่มสองคนอายุ 22 ปีขึ้นบนผืนผ้าใบ ทุกวินาทีคือบทพิสูจน์ว่าใครจะเป็นผู้คุมเกมได้ดีกว่า คืนวันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน 2569 เวทีมวยราชดำเนินได้เป็นสักขีพยานของศึกที่แฟนมวยทั่วสนามต้องลุ้นกันจนถึงยกสุดท้าย เมื่อ รุ่งเรืองเล็ก เกียรติฟ้าลิขิต กำปั้นหนุ่มจากบุรีรัมย์ เดินหน้าเผชิญหน้ากับ น้ำตาเดือด เกียรติฉัตรชัย นักชกพันธุ์แกร่งแห่งกำแพงเพชร ในรายการ ศึกเพชรยินดี ที่แฟนมวยรอคอยมาไม่น้อย คำถามที่ทุกคนสงสัยก่อนยกแรกจะดัง คือ ระหว่างความดุดันที่ไม่มีวันถอยของน้ำตาเดือด กับความเฉียบคมและความนิ่งของรุ่งเรืองเล็ก ใครจะเป็นฝ่ายพาตัวเองออกจากสนามในฐานะผู้ชนะ? เมื่อบุรีรัมย์ปะทะกำแพงเพชร บนเวทีศักดิ์สิทธิ์ราชดำเนิน เวทีมวยราชดำเนินไม่ได้เป็นเพียงสถานที่แข่งขัน หากแต่คือดินแดนที่นักมวยไทยทุกคนฝันถึง การได้ขึ้นชกบนเวทีแห่งนี้คือการพิสูจน์ตัวเองต่อสายตาของวงการ และสำหรับหนุ่มสองคนอายุ 22 ปีอย่างรุ่งเรืองเล็กและน้ำตาเดือด นี่คือโอกาสที่ต้องคว้าไว้ให้ได้ รุ่งเรืองเล็ก เกียรติฟ้าลิขิต มาพร้อมกับฟอร์มการชกที่ดุดันและความสามารถในการอ่านเกมคู่ต่อสู้ได้อย่างแม่นยำ ชื่อเสียงของค่ายเกียรติฟ้าลิขิตจากบุรีรัมย์สร้างนักมวยคุณภาพมาหลายคน และรุ่งเรืองเล็กก็คือหนึ่งในผลผลิตที่ค่ายภูมิใจ เขาเป็นนักชกที่เน้นความชาญฉลาดมากกว่าความดุดันเพียงอย่างเดียว รู้จักดักรอจังหวะและฉกฉวยโอกาสได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฝั่งตรงข้าม น้ำตาเดือด เกียรติฉัตรชัย จากกำแพงเพชร คือนักชกที่มีสไตล์แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง เขาเป็นพวกนักบู๊ที่ชอบเดินหน้าชวนแลก มีความอดทนสูงและพร้อมรับแรงกระแทกเพื่อแลกกับการโจมตีตอบกลับ สไตล์การชกแบบนี้ทำให้เขาสร้างความตื่นเต้นได้ตลอดเวลา และทำให้คู่ต่อสู้หลายคนเสียสมาธิไปกับความดุดันของเขา ยกต้น ไฟลุกตั้งแต่ระฆังแรก เมื่อระฆังยกแรกดัง ทั้งสองฝ่ายไม่มีใครยอมเสียเปรียบ … Read more

“เดโช” ประกาศพักรักษามือรอวันหมดสัญญา ดราม่าสิทธิ์นักมวยที่เปิดโปงความจริงของวงการมวยไทยยุคใหม่

ชื่อของ เดโช ป.บริรักษ์ หรือที่แฟนมวยคุ้นชื่อในสีเสื้อ เดโช มาวินมวยไทย กลายเป็นกระแสที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในวงการมวยไทยช่วงสัปดาห์นี้ ไม่ใช่เพราะชัยชนะบนผืนผ้าใบ แต่เพราะ “ดราม่า” ที่ลึกกว่าการต่อสู้บนเวทีเสียอีก — พิพาทเรื่องสิทธิ์ในตัวนักมวย ประเด็นอ่อนไหวที่วงการมวยไทยมักหลีกเลี่ยงพูดถึงมาเป็นเวลานาน แต่วันนี้มันปรากฏต่อสาธารณะแบบไม่มีปิดบัง คำถามที่แฟนมวยทุกคนสงสัยคือ เกิดอะไรขึ้นกับนักชกวัยหนุ่มไฟแรงจากสงขลารายนี้? เส้นทางข้างหน้าของเขาจะเป็นอย่างไร? และสิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนระบบของวงการมวยไทยในเชิงลึกอย่างไรบ้าง? จุดเริ่มต้นของดราม่า — เมื่อค่ายเก่าประกาศ “ห้ามชก” เรื่องราวทั้งหมดเริ่มขึ้นเมื่อ ประสงค์ บริรักษ์ ต้นสังกัดเดิมของเดโช ออกประกาศอย่างเป็นทางการว่า ห้ามเดโชขึ้นชกหากไม่ได้รับอนุญาตจากค่าย การประกาศครั้งนั้นสร้างแรงกระเพื่อมในโลกโซเชียลทันที เพราะในสายตาของแฟนมวยทั่วไป เดโชคือนักสู้ที่ผูกพันกับ มาวินมวยไทย มาเป็นเวลาหลายปี ไม่มีใครคาดคิดว่าเบื้องหลังจะมีสัญญาค้างอยู่ สำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับระบบค่ายมวยไทย ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า วงการนี้มีธรรมเนียมการทำ “สัญญาผูกพัน” ระหว่างค่ายมวยกับนักชกมาอย่างยาวนาน ซึ่งหมายความว่า แม้นักมวยจะย้ายไปฝึกซ้อมกับค่ายอื่น แต่ถ้าสัญญาสิทธิ์ยังไม่หมดอายุ ค่ายเดิมยังมีสิทธิ์เหนือตัวนักชกอยู่ นี่คือระบบที่ทำงานมาหลายสิบปีในวงการมวยไทย และมักก่อให้เกิดข้อพิพาทในลักษณะนี้อยู่เป็นประจำ เดโชชี้แจงด้วยตนเอง — เคลียร์ทุกข้อสงสัยผ่านโซเชียล ล่าสุด เดโช ได้ออกมาชี้แจงผ่านโซเชียลมีเดียส่วนตัวอย่างละเอียดและตรงไปตรงมา สาระสำคัญของการชี้แจงแบ่งออกเป็นหลายประเด็น ประการแรก เดโชเปิดเผยว่าตนได้เข้าพบและปรึกษากับ … Read more

นักชกวัย 18 ฆ่าความสูงทำเงิน! พรานพยัคฆ์ใช้แข้งยาวทำลายแผนพีรพัฒน์แบบไม่มีทางสู้

วันอังคารที่ 16 มิถุนายน 2569 — เวทีมวยนานาชาติรังสิต มีคำกล่าวในวงการมวยไทยว่า “ความยาวคือชีวิต” แต่ความยาวเพียงอย่างเดียวไม่เคยเพียงพอ ต้องรู้จักใช้มันให้เป็นอาวุธ และนั่นคือสิ่งที่ พรานพยัคฆ์ ค่ายพยัคฆ์ภูหลวง วัย 18 ปีพิสูจน์ให้แฟนมวยทั้งประเทศได้เห็นบนสังเวียนรังสิตคืนที่ผ่านมา เมื่อเขากวาดชัยเหนือ พีรพัฒน์ ซีเคมวยไทยยิม แบบขาดลอยในการต้อนแต้ม 5 ยก ท่ามกลางเสียงเชียร์อันอึกทึกของศึกมวยมันส์สนั่นเมือง X ภ.หลักบุณ ที่ถ่ายทอดสดทางทรู วิชั่นส์ คำถามที่ฝังอยู่ในใจของแฟนมวยทุกคนคือ — เด็กหนุ่มจากสมุทรสงครามคนนี้จะไปถึงจุดสูงสุดแค่ไหน? ก่อนระฆังจะดัง: สองกำปั้นที่มีทุกอย่างแตกต่างกัน การชกในคู่เอกนำรายการคืนนี้ไม่ใช่แค่การปะทะกันของนักมวย แต่มันคือการชนกันของ “สไตล์” สองแบบที่ขัดแย้งกันโดยสิ้นเชิง พรานพยัคฆ์ ลงทะเบียนส่วนสูง 177 เซนติเมตร มาพร้อมกับชื่อเสียงในฐานะ “จอมศอก” ที่ใช้ศอกและแข้งขวาเป็นอาวุธทำลายล้างระยะกลาง เขาคือมวยวงนอกที่เชี่ยวชาญการดักจังหวะ ไม่รีบร้อน ไม่โอ้อวด แต่เมื่อไหร่ที่ออกอาวุธ ทุกครั้งต้องมีความหมาย ฝั่งตรงข้าม พีรพัฒน์ สูง 168 เซนติเมตร เสียเปรียบช่วงชกถึง 9 … Read more

จบแบบนี้ก็ได้หรอ? เปิดใจ “บุญมี-สไนล์” ปิดตำนานมวยดราม่าด้วยมิตรภาพ ไม่มีรีแมตช์อีกแล้ว

ถ้าบอกว่าไฟต์มวยไทยคู่หนึ่งจะสร้างกระแสดราม่าระดับประเทศได้นานกว่าหนึ่งเดือน ทั้งที่ตัวการแข่งขันจบไปในเวลาไม่ถึง 30 วินาที คุณเชื่อไหม? นั่นคือเรื่องราวของ “บุญมี Sixnine” และ “สไนล์ ศิษย์มนต์ชัย” สองชายที่พาทั้งประเทศเกาะติดหน้าจอ และในที่สุดก็ปิดฉากมหากาพย์นี้ลงด้วยบทสรุปที่ไม่มีใครคาดคิด ไม่มีรีแมตช์ ไม่มีเลือดนอง มีแค่มิตรภาพที่ก่อตัวขึ้นหลังพายุสงบ จุดเริ่มต้นของมหากาพย์: จากวันไหลสู่สังเวียน เรื่องราวของทั้งคู่ไม่ได้เริ่มต้นบนผ้าใบ แต่มีรากฐานมาจากเหตุวิวาทในเทศกาลวันไหลสงกรานต์จอมบึง จังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นงานรื่นเริงยอดนิยมที่ดึงดูดคนหนุ่มสาวจากทั่วภูมิภาค ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่าง “บุญมี” (บุญมี แคนนาบิส) และ “สไนล์ ลักเปิด” ในวันนั้นลุกลามกลายเป็นประเด็นร้อนบนโซเชียล จนนำไปสู่การเข้าร่วมรายการ “โหนกระแส” เพื่อเคลียร์ใจกันต่อหน้าสาธารณชนก่อนเป็นอันดับแรก แต่การพูดคุยในรายการอย่างเดียวไม่เพียงพอสำหรับคนที่เชื่อในหลักการ “ตัดสินกันด้วยกำปั้น” ทั้งสองฝ่ายจึงตกลงยกระดับการเคลียร์ใจขึ้นไปอีกขั้น นั่นคือการขึ้นชกกันจริงบนสังเวียนมวยไทย ในงานที่ฟังดูเหมาะสมกับบริบทอย่างยิ่ง นั่นคือ “ศึกวันกรรชัย by เพชรยินดี” ซึ่งจัดขึ้น ณ เวทีมวยนานาชาติรังสิต เมื่อวันอังคารที่ 19 พฤษภาคม 2569 กระแสที่ก่อตัวขึ้นก่อนถึงวันชกนั้นรุนแรงเกินกว่าไฟต์มวยสมัครเล่นธรรมดา เพราะนี่คือการดวลกันของสองบุคคลที่มีสีสัน มีแฟนคลับต่างขั้ว และมีดราม่าหนุนหลังให้ทุกฝ่ายอยากเห็นบทสรุปบนผ้าใบ 30 วินาทีที่สั่นสะเทือนโซเชียล: … Read more