เจฟฟ์ เบโซส ทุ่มเงินแสนล้าน ซื้อหุ้นลิเวอร์พูล 30% เปิดเกมใหม่วงการกีฬาโลกที่คุณต้องรู้ก่อนใคร

เมื่อเงินหมื่นล้านไม่ได้ซื้อแค่ทีมฟุตบอล แต่ซื้อ “อนาคต” ลองจินตนาการว่าสิ่งที่คุณรักที่สุดมีมูลค่าสูงถึง 7,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยเกือบ 2.5 แสนล้านบาท นั่นคือมูลค่าที่แท้จริงของสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูลในวันนี้ หลังจากที่กลุ่มทุนซึ่งมี เจฟฟ์ เบโซส ผู้ก่อตั้งอาณาจักรอีคอมเมิร์ซ แอมะซอน เข้าไปร่วมเป็นส่วนหนึ่งของดีลประวัติศาสตร์ที่สั่นสะเทือนวงการกีฬาโลก คำถามที่น่าสนใจกว่าตัวเลขมหาศาลนั้นคือ ทำไมบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดคนหนึ่งของโลก ผู้ที่ไม่เคยแตะต้องธุรกิจกีฬาแบบเต็มตัวมาก่อนเลยตลอดชีวิต ถึงเลือกที่จะทุ่มเม็ดเงินมหาศาลลงกับทีมฟุตบอลจากเมืองท่าทางตะวันตกเฉียงเหนือของอังกฤษ ทั้งที่โลกนี้มีสินทรัพย์ให้เลือกลงทุนอีกมากมาย นี่ไม่ใช่แค่ข่าวซุบซิบวงการลูกหนัง แต่คือกรณีศึกษาชั้นดีเรื่องวิสัยทัศน์ทางธุรกิจ จิตวิทยาของฝูงชน และทิศทางอนาคตของอุตสาหกรรมกีฬาที่กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าไปตลอดกาล มาเจาะลึกไปด้วยกันว่าดีลนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร และมันหมายความว่าอย่างไรกับคนธรรมดาอย่างเราที่แค่อยากรู้ว่าทำไมคนรวยระดับโลกถึงหลงใหลในเกมลูกหนัง รากฐาน 134 ปีของหงส์แดง: จากทีมชุมชนสู่สินทรัพย์ระดับโลก ชื่อกลุ่มทุนที่เข้าซื้อหุ้นครั้งนี้คือ “1892 โฮลดิงส์” (1892 Holdings) ซึ่งไม่ใช่ตัวเลขที่ตั้งขึ้นมาลอยๆ แต่เป็นปีที่สโมสรลิเวอร์พูลถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการ การตั้งชื่อเช่นนี้สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มทุนใหม่ต้องการส่งสารบางอย่างถึงแฟนบอลว่า พวกเขาเข้าใจและเคารพในรากฐานทางประวัติศาสตร์ของสโมสร ไม่ได้เข้ามาเพียงเพื่อฉกฉวยผลประโยชน์ระยะสั้น ตลอดระยะเวลากว่าศตวรรษ ลิเวอร์พูลผ่านการเปลี่ยนมือเจ้าของมาหลายยุคหลายสมัย จากครอบครัวท้องถิ่นสู่การเข้ามาของทุนอเมริกันในปี 2010 เมื่อ เฟนเวย์ สปอร์ตส์ กรุ๊ป (เอฟเอสจี) ภายใต้การนำของ จอห์น เฮนรี เข้าซื้อกิจการ นับตั้งแต่นั้นมา … Read more

เจฟฟ์ เบโซส เตรียมทุ่มเงินซื้อหุ้นลิเวอร์พูล ดีลพันล้านที่อาจเปลี่ยนโฉมพรีเมียร์ลีกตลอดกาล

วงการฟุตบอลโลกกำลังจับตาดีลธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดดีลหนึ่งในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก เมื่อกลุ่มทุนซึ่งมีชื่อของ เจฟฟ์ เบโซส มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้งอเมซอน และ เอดูอาร์โด้ ซาเวริน ผู้ร่วมก่อตั้งเฟซบุ๊ก รวมอยู่ด้วย เดินหน้าเจรจาซื้อหุ้นราว 30% ในสโมสรลิเวอร์พูล จากเจ้าของเดิมอย่างเฟนเวย์ สปอร์ตส กรุ๊ป (เอฟเอสจี) อย่างจริงจัง จนหลายสำนักข่าวรายงานตรงกันว่าอาจมีการประกาศดีลอย่างเป็นทางการได้ภายในไม่กี่วันข้างหน้า นี่ไม่ใช่แค่ข่าวลือทั่วไป แต่เป็นดีลที่มาพร้อมตัวเลขระดับหลายพันล้านดอลลาร์ และมีศักยภาพที่จะพลิกโฉมความเป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอลอังกฤษไปตลอดกาล ดีลพันล้าน: จากข่าวลือสู่ความคืบหน้าที่จับต้องได้ เมื่อเดือนก่อน เอฟเอสจี ออกแถลงการณ์ยืนยันว่ากลุ่มทุนที่นำโดยอามิต บาเทีย “แสดงความสนใจที่จะลงทุนเชิงกลยุทธ์ในสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล” ซึ่งขณะนั้นยังเป็นเพียงขั้นตอนต้นของการเจรจา แต่ล่าสุดสถานการณ์เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว โดยมีรายงานว่าการเจรจากับเอฟเอสจีมีความคืบหน้าไปมาก และมีความเป็นไปได้ว่าอาจมีการประกาศดีลในไม่กี่วันข้างหน้า โดยทั้งสองฝ่ายเข้าใจกันว่าได้บรรลุข้อตกลงในหลักการแล้ว แม้ธุรกรรมจะยังไม่เสร็จสมบูรณ์อย่างเป็นทางการ สื่อธุรกิจของสกาย นิวส์ รายงานเสริมว่าเอฟเอสจีซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของสโมสรมาตั้งแต่ปี 2010 กำลังเตรียมประกาศเรื่องธุรกรรมนี้ได้เร็วที่สุดภายในสัปดาห์นี้ ขณะที่สำนักข่าวรอยเตอร์ระบุเสริมในรายละเอียดว่ากลุ่มทุนนี้ต้องการเพียงสัดส่วนหุ้นส่วนน้อยจำนวนมาก ไม่ใช่การเข้าควบคุมสโมสรทั้งหมด ซึ่งหมายความว่าเอฟเอสจีจะยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่และมีอำนาจบริหารสโมสรต่อไปตามเดิม ตัวเลขที่ทำให้ทั้งวงการต้องหันมอง สิ่งที่ทำให้ดีลนี้กลายเป็นข่าวใหญ่ระดับโลกไม่ใช่แค่รายชื่อนักลงทุน แต่คือมูลค่าที่เกี่ยวข้อง มีรายงานว่าดีลนี้อาจมีมูลค่าราว 1.35 พันล้านปอนด์สำหรับหุ้น 30% ซึ่งจะทำให้มูลค่ารวมของสโมสรลิเวอร์พูลอยู่ที่ประมาณ 4.4 พันล้านปอนด์ หรือคิดเป็นเงินดอลลาร์แล้วมูลค่าดีลราว 1.35 … Read more

เปิดศึกใหญ่วงการลูกหนัง! ยูฟ่าขู่ลากอินฟานติโน่ขึ้นศาล ปมขายหุ้นฟุตบอลโลกให้นายทุนต่างชาติ วงการเดือดสุดขีดในรอบทศวรรษ

วงการฟุตบอลโลกกำลังเผชิญกับความปั่นป่วนครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ เมื่อสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือ ยูฟ่า ตัดสินใจขู่ดำเนินการทางกฎหมายต่อ จานนี่ อินฟานติโน่ ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า หลังมีการเปิดโปงแผนลับที่จะขายหุ้นส่วนน้อยของทัวร์นาเมนต์ระดับโลกอย่างฟุตบอลโลกชายและหญิงให้กับกลุ่มนักลงทุนเอกชน เรื่องราวนี้ไม่ใช่แค่ประเด็นธุรกิจธรรมดา แต่มันคือคำถามใหญ่ที่สั่นคลอนรากฐานของ “ผู้พิทักษ์เกมลูกหนัง” ว่าแท้จริงแล้วฟุตบอลโลกยังเป็นสมบัติของคนทั้งโลก หรือกำลังจะกลายเป็นสินค้าที่ซื้อขายได้เหมือนหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ หากใครติดตามข่าวสารวงการกีฬาอย่างใกล้ชิด คงต้องยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมถึงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เปรียบเสมือนพายุลูกใหญ่ที่ถาโถมเข้าใส่วงการฟุตบอลโดยไม่ทันตั้งตัว และมันอาจเปลี่ยนโฉมหน้าของมหกรรมกีฬาที่คนทั้งโลกรอคอยไปตลอดกาล จุดเริ่มต้นของวิกฤต: เมื่อฟุตบอลโลกถูกนำไปตีราคาเป็นตัวเลข ย้อนกลับไปเมื่อวันอังคารที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีการเปิดเผยข้อมูลที่สร้างความตกตะลึงให้กับแฟนบอลทั่วโลกว่า ฟีฟ่าภายใต้การนำของอินฟานติโน่กำลังวางแผนลับที่จะขายหุ้นส่วนน้อยของทัวร์นาเมนต์เรือธง ทั้งฟุตบอลโลกชายและฟุตบอลโลกหญิง ให้กับกลุ่มนักลงทุนภาคเอกชน โดยมีเป้าหมายระดมทุนมหาศาลกว่า 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านช่องทางที่เรียกว่า FIFA Forward Enterprise หรือ FFE ตัวเลขระดับ 20,000 ล้านดอลลาร์ นับว่าไม่ใช่จำนวนเงินน้อย ๆ เมื่อเทียบกับมูลค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดและสปอนเซอร์ของฟุตบอลโลกในปัจจุบัน นี่คือระดับเดียวกับดีลใหญ่ในวงการกีฬาอาชีพระดับโลกอย่าง NFL หรือ NBA ที่มีการขายหุ้นส่วนน้อยให้นักลงทุนเอกชนมาแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้แผนนี้กลายเป็นประเด็นร้อนแรงกว่าปกติ คือชื่อของนักลงทุนที่คาดว่าจะเป็นผู้นำกลุ่มเสนอซื้อ นั่นคือ บริษัท Thrive Capital … Read more

ฟีฟ่าเดิมพันอนาคตฟุตบอลโลก: เปิดแผนลับ 4 แสนล้าน อินฟานติโน่ ควักเงินซื้อใจ 211 ชาติ ก่อนศึกแตกหักกับยูฟ่า

เม็ดเงินเริ่มต้น 20 ล้านดอลลาร์ ที่จะโอนเข้าบัญชีสมาคมฟุตบอลทั่วโลกทันทีตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ฟังดูเหมือนของขวัญปีใหม่ชิ้นใหญ่ แต่เบื้องหลังตัวเลขนี้ กลับซ่อนแผนการที่อาจเปลี่ยนโครงสร้างอำนาจของวงการลูกหนังโลกไปตลอดกาล และมันกำลังจุดชนวนสงครามเย็นระหว่างสองผู้มีอำนาจสูงสุดของฟุตบอลโลก ลองจินตนาการว่าจู่ๆ มีคนโทรมาบอกคุณว่า “เซ็นชื่อภายในสิ้นเดือนหน้า แล้วเงินก้อนโตจะโอนเข้าบัญชีทันที” คุณจะรู้สึกอย่างไร ตื่นเต้นดีใจ หรือเริ่มสงสัยว่าเบื้องหลังข้อเสนอที่ดูดีเกินจริงนี้มีอะไรซ่อนอยู่ นี่คือสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นจริงกับสมาคมฟุตบอลสมาชิกฟีฟ่าทั้ง 211 แห่งทั่วโลก เมื่อจานนี่ อินฟานติโน่ ประธานฟีฟ่า ตัดสินใจส่งจดหมายฉบับหนึ่งที่อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการฟุตบอลในทศวรรษนี้ ที่มาของแผนการพันล้าน เมื่อจดหมาย 5 หน้าสั่นสะเทือนวงการ เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นเมื่ออินฟานติโน่ลงนามในจดหมายความยาว 5 หน้ากระดาษ ส่งตรงถึงสมาคมฟุตบอลสมาชิกทั้ง 211 แห่งทั่วโลก ใจความสำคัญคือการเสนอเงินก้อนใหญ่มูลค่า 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 30 ล้านปอนด์ต่อสมาคม แลกกับการสนับสนุนแผนการขายหุ้นในรายการแข่งขันหลักของฟีฟ่าให้กับนักลงทุนภายนอก สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นร้อนไม่ใช่แค่ตัวเลขมหาศาล แต่คือเงื่อนไขเวลาที่บีบรัดอย่างเห็นได้ชัด อินฟานติโน่กำหนดเส้นตายไว้ที่วันที่ 19 กันยายน หากสมาคมใดต้องการเข้าถึงเงินก้อนแรก 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จะต้องตอบรับแผนการนี้ภายในกำหนดดังกล่าว และหากตอบรับทันเวลา เงินจะพร้อมใช้งานทันทีตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมปีถัดไป ลักษณะการดำเนินงานเช่นนี้สะท้อนแนวคิดทางธุรกิจที่ชัดเจน … Read more

กูร์กตัวส์โดดร่วมทุนเกงค์: เมื่อตำนานผู้รักษาประตูโลกกลับมา “ซื้อบ้าน” ในฐานะนักธุรกิจฟุตบอล

ติโบต์ กูร์กตัวส์ ไม่ได้เป็นแค่กำแพงเหล็กที่ยืนเฝ้าประตูให้ เรอัล มาดริด และทีมชาติเบลเยียมอีกต่อไป แต่วันนี้เขาเดินหน้าลุยสนามรบใหม่ที่ไม่ใช่สนามหญ้า นั่นคือโลกของธุรกิจฟุตบอล ด้วยการตัดสินใจเข้าร่วมเป็นผู้ถือหุ้นของ เคอาร์ซี เกงค์ สโมสรในวัยเด็กที่ปั้นเขาขึ้นมาจากเด็กฝึกหัดจนกลายเป็นผู้รักษาประตูอันดับหนึ่งของโลก การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องอารมณ์ความรู้สึก หากแต่เป็นหมากธุรกิจที่ฉลาดลึกซึ้ง ที่นักกีฬายุคใหม่ทุกคนควรศึกษาเป็นแบบอย่าง จากเด็กฝึกหัดสู่ผู้ถือหุ้น: เส้นทางที่วนกลับมาครบวงจร ย้อนไปปี 1999 เด็กชายชาวเบลเยียมวัยเพียง 7 ขวบคนหนึ่งก้าวเข้าสู่อคาเดมีของ เกงค์ ด้วยความฝันแบบเดียวกับเด็กทั่วโลกที่รักฟุตบอล ไม่มีใครรู้ว่าเด็กคนนั้นจะกลายเป็นหนึ่งในผู้รักษาประตูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์กีฬาลูกหนังโลก ตลอดระยะเวลามากกว่าทศวรรษที่ฝึกฝนและเติบโตในอ้อมอกของสโมสรเล็กๆ จากเมืองเกงค์ในแคว้นลีแยฌ เบลเยียม กูร์กตัวส์ค่อยๆ สั่งสมทักษะ ความแข็งแกร่ง และจิตใจของนักสู้ จนกระทั่งฤดูกาล 2010/11 เขาได้ทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาชีพช่วงแรก นั่นคือการพา เกงค์ คว้าแชมป์ลีกสูงสุดของเบลเยียมได้สำเร็จ ซึ่งเป็นก้าวกระโดดสำคัญที่เปิดประตูสู่สโมสรระดับยักษ์ใหญ่ของยุโรป ทั้ง เชลซี, แอตเลติโก มาดริด และ เรอัล มาดริด ในที่สุด วันนี้ในวัย 34 ปี กูร์กตัวส์ตัดสินใจย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้น แต่คราวนี้ไม่ใช่ในฐานะผู้เล่น หากแต่เป็น “เจ้าของ” ในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหม่ของสโมสร … Read more