บาเยิร์นทำได้อีกแล้ว! เฮอเนสเผยเบื้องหลังตลาดซัมเมอร์ 40 ล้านยูโร ที่ทำให้ “เสือใต้” แข็งแกร่งขึ้นโดยไม่ต้องเปย์หนัก

เมื่อความสำเร็จไม่ได้วัดกันแค่ตัวเลขค่าตัว ในยุคที่วงการฟุตบอลยุโรปขับเคลื่อนด้วยตัวเลขค่าตัวมหาศาลจนบางครั้งดูเหมือนการประมูลศิลปะมากกว่าการซื้อขายนักกีฬา หลายสโมสรเลือกที่จะทุ่มเงินหลักร้อยล้านยูโรเพื่อคว้าตัวผู้เล่นระดับซูเปอร์สตาร์เพียงคนเดียว แต่สำหรับ บาเยิร์น มิวนิค สโมสรที่ครองความยิ่งใหญ่ในบุนเดสลีกามาอย่างยาวนาน แนวทางการทำตลาดนักเตะกลับสวนทางกับกระแสนั้นอย่างสิ้นเชิง ล่าสุด อูลี่ เฮอเนส ประธานกิตติมศักดิ์ผู้อยู่คู่สโมสรมาหลายทศวรรษ ออกมาเปิดเผยความรู้สึกพึงพอใจอย่างเต็มเปี่ยมต่อผลงานการซื้อขายนักเตะในช่วงตลาดซัมเมอร์นี้ ทั้งที่ตัวเลขค่าตัวที่จ่ายไปอาจไม่ได้หวือหวาเมื่อเทียบกับคู่แข่งในลีกอื่น แต่กลับสร้างรายได้เข้าสโมสรไปแล้วกว่า 40 ล้านยูโร คำถามที่น่าสนใจคือ อะไรคือปรัชญาเบื้องหลังความสำเร็จแบบเงียบๆ นี้ และทำไมสโมสรระดับโลกอย่างบาเยิร์นถึงยังคงยึดมั่นในแนวทางที่ดูเหมือนจะ “ประหยัด” กว่าคู่แข่งเสมอมา มิติด้านประวัติศาสตร์: DNA แห่งความมีวินัยทางการเงินของบาเยิร์น หากย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์การทำตลาดนักเตะของบาเยิร์น มิวนิค จะพบว่าสโมสรแห่งนี้มีวัฒนธรรมองค์กรที่แตกต่างจากยักษ์ใหญ่รายอื่นในยุโรปอย่างชัดเจน ตั้งแต่ยุคของ อูลี่ เฮอเนส เองที่เคยดำรงตำแหน่งทั้งผู้จัดการทีมและประธานสโมสรมาก่อน แนวคิดเรื่อง “ความยั่งยืนทางการเงิน” ถูกปลูกฝังให้เป็นรากฐานสำคัญของการบริหารองค์กร บาเยิร์นไม่ใช่สโมสรที่ไม่มีเงิน ตรงกันข้าม พวกเขาคือหนึ่งในสโมสรที่มีรายได้สูงที่สุดในโลกฟุตบอล แต่สิ่งที่ทำให้บาเยิร์นแตกต่างคือการเลือกที่จะไม่ใช้จ่ายเกินตัวแม้ในยามที่มีกำลังทรัพย์เพียงพอ ปรัชญานี้สืบทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น ไม่ว่าจะเป็นยุคของ คาร์ล-ไฮนซ์ รุมเมนิกเก้ หรือมาจนถึงยุคปัจจุบันที่ แฮร์เบิร์ต ไฮเนอร์ ดำรงตำแหน่งประธานสโมสร และ มักซ์ เอเบิร์ล รับหน้าที่ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬา การที่เฮอเนสเปรียบเทียบตลาดซื้อขายซัมเมอร์นี้กับ “ปีที่แล้ว” ก็สะท้อนให้เห็นว่าบาเยิร์นมีรูปแบบการทำงานที่มีแบบแผนชัดเจน … Read more

สตีเว่น แดน ทุบไทยร่วงยก 3 ผงาดแชมป์ OPBF ขณะที่ซูลูเอตาโชว์เกมเก๋าซิวเข็มขัด ABF

ค่ำคืนวันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา สนามเวิลด์สยาม สเตเดียม บางกะปิ กลายเป็นสมรภูมิที่คอมวยทั่วประเทศต้องจับตา เมื่อศึก นริส ไฮแลนด์ บ็อกซิง โปรโมชันส์ จัดการชกระดับภูมิภาคที่มีเข็มขัดแชมป์ถึงสามเส้นเป็นเดิมพัน ทั้งความดุดันของหมัดหนัก ความเก๋าของประสบการณ์ และดราม่าที่เกิดขึ้นกลางสังเวียน รวมกันจนกลายเป็นค่ำคืนที่ต้องบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์วงการหมัดมวยไทยประจำปีนี้ การชกที่เป็นไฮไลต์หลักคือศึกชิงแชมป์ OPBF เยาวชน รุ่นซูเปอร์มิดเดิลเวต ระหว่าง คัลลัม สตีเวน แดน กำปั้นร่างยักษ์จากอังกฤษ กับ ปรมินทร์ แสงปัก นักชกเจ้าถิ่นจากไทย ผลปรากฏว่าสตีเวนเป็นฝ่ายเปิดเกมรุกไล่อย่างหนักหน่วงตั้งแต่ยกแรก ก่อนจะได้จังหวะซัดฮุกซ้ายเข้าลำตัวจนปรมินทร์ทรงตัวไม่อยู่ร่วงลงกองกับพื้น กรรมการต้องยุติการชกทันทีในยกที่สาม มอบชัยทีเคโอเด็ดขาดให้กับนักชกอังกฤษ ขณะเดียวกัน ในศึกชิงแชมป์ ABF รุ่นฟลายเวต จอห์น ไมเคิล ซูลูเอตา นักชกจอมเก๋าจากฟิลิปปินส์ เลือกใช้กลยุทธ์ที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง เขาคุมจังหวะเกมทั้งสิบยกด้วยการดักหมัดสองและอัดลำตัวสลับใบหน้าใส่ โซเลี้ยง สุวรรณภักดี นักชกจากสปป.ลาว จนคู่ต่อสู้แสดงอาการอ่อนล้าเห็นได้ชัดเมื่อเข้าสู่ยกท้ายๆ ผลการตัดสินออกมาเป็นเอกฉันท์ให้จอห์น ไมเคิล คว้าแชมป์ไปครองอย่างสมศักดิ์ศรี ปิดท้ายรายการด้วยศึกชิงแชมป์ ABF รุ่นเฟเธอร์เวต ที่ … Read more