ปาลาซีออส คือ “หัวใจ” ที่ห้างยาแตะต้องไม่ได้ ทำไม เลเวอร์คูเซ่น ถึงปิดประตูใส่ทุกสโมสรที่มาทาบทาม

เมื่อชื่อของนักเตะคนหนึ่งถูกโยงเข้ากับข่าวย้ายทีมซ้ำแล้วซ้ำเล่าทุกซัมเมอร์ นั่นอาจไม่ได้แปลว่าเขากำลังจะไป แต่อาจแปลว่าเขาสำคัญเกินกว่าที่ใครจะพรากไปได้ต่างหาก ในโลกของฟุตบอลยุโรป มีนักเตะบางคนที่ชื่อของพวกเขาโผล่ขึ้นมาในตลาดซื้อขายทุกฤดูกาล ไม่ใช่เพราะสโมสรต้นสังกัดอยากขาย แต่เพราะฟอร์มการเล่นที่คงเส้นคงวาทำให้ทีมยักษ์ใหญ่อดใจไม่ไหวที่จะส่งสายตามาจับจ้อง เอเซเกล ปาลาซีออส มิดฟิลด์ทีมชาติอาร์เจนตินาวัย 24 ปี ของ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น คือหนึ่งในนักเตะกลุ่มนั้น และในซัมเมอร์นี้ ชื่อของเขาก็ถูกดึงเข้าไปพัวพันกับข่าวลืออีกครั้ง เมื่อสื่อเยอรมันอย่าง Kölner Stadt-Anzeiger รายงานว่ามีสโมสรอย่าง แอร์เบ ไลป์ซิก และ อิปสวิช ทาวน์ ให้ความสนใจ แต่คำตอบจากฝ่ายบริหารของ “ห้างยา” นั้นชัดเจนไม่มีความกำกวม ซีม่อน โรลเฟส ผู้อำนวยการกีฬาของสโมสร ออกมายืนยันตรงไปตรงมาว่าไม่มีแผนปล่อยตัวปาลาซีออสออกจากทีมในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะฤดูร้อนนี้อย่างแน่นอน คำถามที่น่าสนใจกว่าคือ ทำไมนักเตะรายนี้ถึงกลายเป็นที่หมายปองของหลายสโมสรซ้ำแล้วซ้ำเล่า และทำไมเลเวอร์คูเซ่นถึงยอมทำทุกทางเพื่อรั้งตัวเขาไว้ จุดเริ่มต้นของกระแสข่าวลือที่ไม่เคยหยุด ปรากฏการณ์ที่นักเตะคนหนึ่งตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับการย้ายทีมซ้ำ ๆ ทุกปีไม่ใช่เรื่องแปลกในวงการฟุตบอลยุโรป โดยเฉพาะกับนักเตะที่ค้าแข้งอยู่กับสโมสรในบุนเดสลีกาที่ขึ้นชื่อเรื่องการพัฒนานักเตะฝีเท้าดีแล้วปล่อยขายทำกำไรมหาศาล เลเวอร์คูเซ่นเองก็เคยผ่านประสบการณ์แบบนี้มาแล้วกับนักเตะดาวรุ่งหลายคนที่สร้างชื่อกับทีมก่อนโบยบินไปสู่ลีกที่ใหญ่กว่า โรลเฟส เองก็ยอมรับตรง ๆ ถึงสถานการณ์นี้ว่า “มักจะมีข่าวลือเกี่ยวกับนักเตะบางคนเสมอ ปาลาซีออส เป็นหนึ่งในนักเตะที่มีข่าวลือแบบนี้ขึ้นเป็นระยะๆ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา” คำพูดนี้สะท้อนให้เห็นว่าฝ่ายบริหารของสโมสรคุ้นเคยกับสถานการณ์แบบนี้เป็นอย่างดี และไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องน่าตื่นตระหนกแต่อย่างใด สิ่งที่น่าสนใจคือรายชื่อสโมสรที่ถูกโยงเข้ามาในครั้งนี้ … Read more

บาเยิร์นทำได้อีกแล้ว! เฮอเนสเผยเบื้องหลังตลาดซัมเมอร์ 40 ล้านยูโร ที่ทำให้ “เสือใต้” แข็งแกร่งขึ้นโดยไม่ต้องเปย์หนัก

เมื่อความสำเร็จไม่ได้วัดกันแค่ตัวเลขค่าตัว ในยุคที่วงการฟุตบอลยุโรปขับเคลื่อนด้วยตัวเลขค่าตัวมหาศาลจนบางครั้งดูเหมือนการประมูลศิลปะมากกว่าการซื้อขายนักกีฬา หลายสโมสรเลือกที่จะทุ่มเงินหลักร้อยล้านยูโรเพื่อคว้าตัวผู้เล่นระดับซูเปอร์สตาร์เพียงคนเดียว แต่สำหรับ บาเยิร์น มิวนิค สโมสรที่ครองความยิ่งใหญ่ในบุนเดสลีกามาอย่างยาวนาน แนวทางการทำตลาดนักเตะกลับสวนทางกับกระแสนั้นอย่างสิ้นเชิง ล่าสุด อูลี่ เฮอเนส ประธานกิตติมศักดิ์ผู้อยู่คู่สโมสรมาหลายทศวรรษ ออกมาเปิดเผยความรู้สึกพึงพอใจอย่างเต็มเปี่ยมต่อผลงานการซื้อขายนักเตะในช่วงตลาดซัมเมอร์นี้ ทั้งที่ตัวเลขค่าตัวที่จ่ายไปอาจไม่ได้หวือหวาเมื่อเทียบกับคู่แข่งในลีกอื่น แต่กลับสร้างรายได้เข้าสโมสรไปแล้วกว่า 40 ล้านยูโร คำถามที่น่าสนใจคือ อะไรคือปรัชญาเบื้องหลังความสำเร็จแบบเงียบๆ นี้ และทำไมสโมสรระดับโลกอย่างบาเยิร์นถึงยังคงยึดมั่นในแนวทางที่ดูเหมือนจะ “ประหยัด” กว่าคู่แข่งเสมอมา มิติด้านประวัติศาสตร์: DNA แห่งความมีวินัยทางการเงินของบาเยิร์น หากย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์การทำตลาดนักเตะของบาเยิร์น มิวนิค จะพบว่าสโมสรแห่งนี้มีวัฒนธรรมองค์กรที่แตกต่างจากยักษ์ใหญ่รายอื่นในยุโรปอย่างชัดเจน ตั้งแต่ยุคของ อูลี่ เฮอเนส เองที่เคยดำรงตำแหน่งทั้งผู้จัดการทีมและประธานสโมสรมาก่อน แนวคิดเรื่อง “ความยั่งยืนทางการเงิน” ถูกปลูกฝังให้เป็นรากฐานสำคัญของการบริหารองค์กร บาเยิร์นไม่ใช่สโมสรที่ไม่มีเงิน ตรงกันข้าม พวกเขาคือหนึ่งในสโมสรที่มีรายได้สูงที่สุดในโลกฟุตบอล แต่สิ่งที่ทำให้บาเยิร์นแตกต่างคือการเลือกที่จะไม่ใช้จ่ายเกินตัวแม้ในยามที่มีกำลังทรัพย์เพียงพอ ปรัชญานี้สืบทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น ไม่ว่าจะเป็นยุคของ คาร์ล-ไฮนซ์ รุมเมนิกเก้ หรือมาจนถึงยุคปัจจุบันที่ แฮร์เบิร์ต ไฮเนอร์ ดำรงตำแหน่งประธานสโมสร และ มักซ์ เอเบิร์ล รับหน้าที่ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬา การที่เฮอเนสเปรียบเทียบตลาดซื้อขายซัมเมอร์นี้กับ “ปีที่แล้ว” ก็สะท้อนให้เห็นว่าบาเยิร์นมีรูปแบบการทำงานที่มีแบบแผนชัดเจน … Read more