หนุ่มวัย 45 ถูกเมียใหม่พ่อไล่ออกจากบ้าน ไร้ตังค์- เดินเท้าเก็บขยะขายหาค่าโดยสารเข้ากรุงเทพฯ

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2568 เหตุการณ์สะเทือนใจเกิดขึ้นบนถนนสาย 304 บริเวณหนองกระเบา หมู่ที่ 3 ตำบลลาดตะเคียน อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี เมื่อชาวบ้านในพื้นที่พบชายวัยกลางคนเดินเท้าคนเดียว กำลังก้มหน้าก้มตาเก็บขยะ กระป๋องเบียร์ และขวดน้ำพลาสติกตามริมทาง ด้วยสภาพร่างกายอิดโรย และแววตาเศร้าหมอง ชาวบ้านที่สังเกตเห็นจึงรีบแจ้งให้ผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบเหตุการณ์ ชีวิตเศร้าของหนุ่มวัย 45 ปี ที่ไม่มีเงินติดตัวแม้แต่บาทเดียว เมื่อผู้สื่อข่าวเดินทางไปถึงจุดเกิดเหตุ พบชายหนุ่มคนดังกล่าวยังคงเดินเก็บของเก่าอย่างขยันขันแข็งตามริมถนนสาย 304 ถือถุงพลาสติกใบใหญ่ใส่กระป๋องและขวดพลาสติกที่เก็บมาได้ จากการสอบถามทราบว่าชายหนุ่มผู้นี้ชื่อ นายยงยุทธ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี ภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่อำเภอเมือง จังหวัดสระแก้ว นายยงยุทธเล่าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและน้ำตาคลอว่า ตนเดินทางมาจากบ้านแก้ง อำเภอเมืองสระแก้ว โดยการเดินเท้าตลอดทาง จนมานอนพักที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดปราจีนบุรี (บขส.กบินทร์บุรี) เมื่อคืนที่ผ่านมา เช้าวันรุ่งขึ้นจึงออกมาเดินเก็บกระป๋องเบียร์และขวดน้ำพลาสติกตามริมทาง โดยจะเหยียบให้แบนเรียบก่อนใส่เข้ากระเป๋า เพื่อเตรียมนำไปขายที่ร้านรับซื้อของเก่า เพื่อหาเงินค่าเดินทางไปทำงานที่กรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ เขาไม่มีเงินติดตัวแม้แต่บาทเดียว เหตุการณ์ที่ทำให้ต้องเดินทางออกจากบ้าน เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงเหตุผลที่ต้องออกเดินทางในสภาพที่ไม่มีเงินติดตัว นายยงยุทธได้เล่าเรื่องราวด้วยความเศร้าโศกว่า ตนได้เดินทางไปหาพ่อซึ่งปัจจุบันไปอาศัยอยู่กับเมียใหม่ เพื่อพักพิงชั่วคราวและหวังที่จะได้ความช่วยเหลือจากครอบครัว แต่กลับเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด “ผมไปหาพ่อที่บ้านเมียใหม่ของท่าน … Read more

แห่แจ้งความดำเนินคดี “อาจารย์มิ้น” ร่างทรงพญานาค หลอกขายวัตถุมงคล-เครื่องรางของขลัง ผู้เสียหายสูญเงินรวมกว่า 20 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2568 ที่ศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมด้วยนายรภัสสิทธิ์ ภัทรสิริชัยสิน รองประธานมูลนิธิฯ และนางสาวชฎาภรณ์ พงศ์ทองเมือง ที่ปรึกษามูลนิธิฯ ได้นำผู้เสียหายจำนวน 20 ราย เข้ามายื่นหนังสือแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหาที่อ้างตนเป็นร่างทรงพญานาครายนี้ ซึ่งมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นมีมากกว่า 20 ล้านบาท และยังมีแนวโน้มว่าจะมีผู้เสียหายเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก รูปแบบการหลอกลวงที่ซับซ้อนและมีระบบ จากการสอบถามข้อมูลเบื้องต้นกับทางมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พบว่ากลุ่มผู้เสียหายถูกหลอกลวงผ่านรูปแบบที่ดูมีความน่าเชื่อถือและเป็นระบบมาก โดยผู้ต้องหาจะเริ่มต้นจากการสร้างภาพลักษณ์ของตนเองว่าเป็นผู้ที่มีจิตใจดี มีเมตตา และเป็นผู้ใฝ่ธรรม มีการเปิดเพจสอนธรรมะเพื่อดึงดูดผู้คนที่มีจิตใจศรัทธาในพระพุทธศาสนาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เมื่อมีผู้ติดตามและเริ่มให้ความเชื่อถือแล้ว จึงค่อยๆ ชักชวนให้เข้าร่วมพิธีกรรมต่างๆ และเสนอให้เช่าบูชาหรือซื้อวัตถุมงคลและเครื่องรางของขลัง สิ่งที่น่าสนใจคือการอ้างว่าวัตถุมงคลเหล่านี้เป็นของเฉพาะบุคคล ที่เทวดาหรือพญานาคเลือกเองให้ผู้มีบุญเท่านั้นจะได้ครอบครอง ซึ่งเป็นกลยุทธ์ทางจิตวิทยาที่ทำให้ผู้ถูกหลอกรู้สึกว่าตนเองเป็นคนพิเศษและโชคดี จึงยินดีที่จะจ่ายเงินจำนวนมากเพื่อให้ได้วัตถุมงคลเหล่านั้นมา นอกจากนี้ยังมีการเปิดให้ “ผ่อนชำระ” วัตถุมงคล ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยปรากฏในวงการพระเครื่องหรือของขลังทั่วไปมาก่อน แต่กลับเป็นกลยุทธ์ที่ทำให้ผู้เสียหายติดกับดักหนี้สินได้ง่ายขึ้น คำให้การของผู้เสียหายที่สะเทือนใจ คุณตี้ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 46 ปี ประกอบอาชีพเป็นเจ้าของคลินิกทันตแพทย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เสียหายที่กล้าออกมาเปิดเผยข้อมูล ได้เล่าถึงประสบการณ์ที่ผ่านมาว่า ตนเริ่มรู้จักกับ “อาจารย์มิ้น” … Read more

พบศพตำรวจพร้อมภรรยาเสียชีวิตคาบ้านพัก เผยเพิ่งส่งญาติกลับบ้านก่อนเหตุสลด

เวลาประมาณ 16.00 น. ร.ต.ท.วัชรพล สุคลธวิท รองสารวัตรฝ่ายสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุจากประชาชนว่ามีผู้ถูกยิงเสียชีวิตสองรายภายในบ้านพักอาศัยในหมู่บ้านจัดสรรที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง บริเวณถนนเลียบทางรถไฟ ตำบลบางกรวย อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี หลังจากได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรีบเดินทางไปยังที่เกิดเหตุเพื่อตรวจสอบและบันทึกหลักฐาน โดยมี พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ พงศ์ธนารักษ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลบางกรวย และ พ.ต.ท.ธวัชชัย จงยิ่งเจริญ รองผู้กำกับการฝ่ายป้องกันปราบปราม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากมูลนิธิร่วมกตัญญู และแพทย์เวรจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เดินทางไปร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุด้วย สภาพที่เกิดเหตุ บริเวณที่เกิดเหตุเป็นบ้านทาวน์โฮมสามชั้น ที่มีลักษณะเป็นบ้านแถวสมัยใหม่ตกแต่งอย่างสวยงาม เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปตรวจสอบภายในบ้าน พบศพชายและหญิงนั่งเสียชีวิตอยู่บนโซฟาชั้นล่างของบ้าน สภาพศพทั้งสองอยู่ในท่านั่งติดกันบนโซฟาตัวเดียวกัน ซึ่งสร้างความสะเทือนใจให้กับเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปตรวจสอบเป็นอย่างมาก รายละเอียดของผู้เสียชีวิต ฝ่ายชาย ระบุตัวตนว่าเป็น พ.ต.ต.วงศธร อายุ 32 ปี ดำรงตำแหน่งพนักงานสอบสวนยศสารวัตร สังกัดสถานีตำรวจนครบาลตลาดพลู กรุงเทพมหานคร จากการตรวจสอบพบว่าผู้เสียชีวิตถูกยิงที่บริเวณขมับด้านขวาหนึ่งนัด กระสุนทะลุออกทางกกหูด้านซ้าย ที่มือขวาของผู้เสียชีวิตพบว่ายังคงกำปืนพกแบบแมกกาซีนขนาด 9 มิลลิเมตรไว้และวางบนหน้าอกของตนเอง ฝ่ายหญิง ระบุชื่อว่า นางสาวรัตน์ อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นภรรยาของพ.ต.ต.วงศธร จากการตรวจสอบพบว่าผู้เสียชีวิตถูกยิงที่บริเวณขมับด้านซ้ายหนึ่งนัด … Read more

ตำรวจแจ้งความผิด 3 ข้อหาหนักอดีตลูกเขย หลังดวลปืนสนั่นพ่อตาในบ้าน ก่อนคว้ากรรไกรแทงดับคาที่

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2568 เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 7 ตำบลบ้านสร้าง อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังจากที่อดีตลูกเขยคนหนึ่งได้บุกเข้าไปยังบ้านของอดีตพ่อตา และก่อเหตุทะเลาะวิวาทจนนำไปสู่การดวลปืนกันอย่างดุเดือด ก่อนที่เหตุการณ์จะลงเอยด้วยความน่าสลดใจ เมื่ออดีตพ่อตาถูกแทงด้วยกรรไกรจนเสียชีวิตคาบ้าน ขณะที่อดีตลูกเขยเองก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นมีพยานเห็นเหตุการณ์หลายคน รวมถึงอดีตภรรยาและลูกของผู้ต้องหา ซึ่งต้องได้เห็นภาพความรุนแรงที่เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา เสียงปืนดังสนั่นหลายนัดภายในบ้าน ก่อนที่สถานการณ์จะยิ่งบานปลาย เมื่อนายธีระโชติ ผู้ต้องหาซึ่งเป็นอดีตลูกเขย ได้คว้ากรรไกรมาใช้แทงคอพ่อตาของตนเองจนเสียชีวิต หลังจากที่ปืนของเขาหลุดมือไปในระหว่างการต่อสู้ ความคืบหน้าการดำเนินคดี พ.ต.อ.อดิเรก โปธิปัน ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบางปะอิน สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตามรายงานความคืบหน้าล่าสุดในวันที่ 6 ตุลาคม พ.ต.อ.อดิเรก โปธิปัน ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบางปะอิน ได้ออกคำสั่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินการกำชับรูปคดีอย่างรัดกุม เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้เสียชีวิตและครอบครัวที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการแจ้งข้อหาต่อผู้ต้องหาในเบื้องต้นแล้ว 3 ข้อหาหนัก ประกอบด้วย ข้อหาแรก คือ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ซึ่งเป็นความผิดร้ายแรงที่มีโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต ข้อหาที่สอง คือ บุกรุกเคหสถาน และข้อหาที่สาม คือ ความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. … Read more

รวบหนุ่มอิหร่านแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ ปล้นทรัพย์นักท่องเที่ยวอินเดียกลางเมืองพัทยา

กรณีดังกล่าวเริ่มต้นเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณช่วงบ่าย ณ บริเวณริมถนนสุขุมวิท ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี มีชายสองคนขี่รถจักรยานยนต์สวมหมวกกันน็อกเต็มใบเข้าหานักท่องเที่ยวชาวอินเดียสองราย และแอบอ้างตัวเองว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนจะขอตรวจค้นและเรียกดูเอกสารพาสปอร์ต จากนั้นก็ได้ชิงเงินสดเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐจำนวน 300 ดอลลาร์ไปจากผู้เสียหาย ก่อนจะหลบหายไปอย่างรวดเร็ว ผู้เสียหายเดินทางแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ หลังจากเกิดเหตุการณ์ประมาณสี่วัน นายกาแกนดีป ซิงห์ (Mr. Gaganddeep Singh) อายุ 32 ปี และนายพราบดีป ซิงห์ (Mr. Prabhdeep Singh) อายุ 20 ปี นักท่องเที่ยวชาวอินเดียทั้งสองราย ได้เดินทางมายังสถานีตำรวจภูธรบางละมุงเพื่อแจ้งความร้องทุกข์กับ ร้อยตำรวจโท อภินันท์ ศรีทองรุ่งทิพย์ รองสารวัตรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรบางละมุง ผู้เสียหายทั้งสองรายให้การว่า ขณะที่กำลังเดินเที่ยวชมเมืองพัทยาบริเวณถนนสุขุมวิท มีชายสองคนขี่รถจักรยานยนต์มาจอดขวางทาง ชายทั้งสองสวมหมวกกันน็อกเต็มใบปิดหน้ามิดชิด และได้แสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมทั้งขอตรวจค้นตัวและขอดูเอกสารพาสปอร์ต เมื่อผู้เสียหายหยิบพาสปอร์ตให้ดู ผู้ต้องหาก็ได้เอาเงินสดที่อยู่ในกระเป๋าเงินของผู้เสียหายไป โดยเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐจำนวน 300 ดอลลาร์ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 10,000 … Read more

เจ้าหน้าที่บุกจับกุมกรรมการบริษัทนำเข้า-ส่งออก 2 ราย ออกใบกำกับภาษีเท็จให้เครือข่ายพ่อค้าของเก่า ทำรัฐเสียหายกว่า 1,200 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2568 เจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์และอาชญากรรมข้ามชาติ (บก.ปอศ.) ได้ดำเนินการจับกุมกรรมการบริษัทผู้นำเข้าและส่งออกสินค้า 2 รายสำคัญ ในข้อหาร่วมกันออกใบกำกับภาษีโดยไม่มีสิทธิตามกฎหมาย หลังพบว่ามีการออกใบกำกับภาษีเท็จให้กับกลุ่มพ่อค้าของเก่าหลายราย โดยไม่มีการซื้อขายสินค้าที่แท้จริง ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐกว่า 1,200 ล้านบาท รายละเอียดการจับกุมและผู้ต้องหา พันตำรวจเอก นฤพนธ์ กรุณา ผู้บังคับการกองบังคับการ 2 บก.ปอศ. พร้อมด้วย พันตำรวจเอก วันเผด็จ จันยะรมณ์ รองผู้บังคับการกองบังคับการ 2 บก.ปอศ. และ พันตำรวจเอก วรรณลพ รัตนวงษ์ สารวัตรกองบังคับการ 2 บก.ปอศ. ได้ร่วมกันดำเนินการจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ได้แก่ นายถนอม อายุ 51 ปี และนายสืบสกุล อายุ 55 ปี ตามหมายจับของศาลอาญา หมายเลขที่ จ.5630-31/2568 ซึ่งออกเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2568 … Read more

พ้นโทษคดียาเสพติดไม่ถึงเดือน ฆ่าเจ้าของสวนยางที่เลี้ยงข้าว ก่อนโยนศพลงน้ำ ตำรวจปิดล้อมควบคุมตัวได้

เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 4 ตุลาคม 2568 นายกฤษณ์ ชลลิต ผู้ใหญ่บ้านห้วยอาลัย ตำบลชมเจริญ อำเภอปากชม จังหวัดเลย ได้รับแจ้งจากประชาชนในพื้นที่ว่ามีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นภายในหมู่บ้าน โดยมีการฆ่ากันตายระหว่างคนในพื้นที่ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในชุมชนที่มีความสงบสุขมาก่อน ผู้ใหญ่บ้านได้เข้าไปตรวจสอบเหตุการณ์และพบว่าเป็นเหตุฆาตกรรมที่มีความรุนแรง จึงรีบประสานไปยังสถานีตำรวจภูธรเชียงกลมและฝ่ายปกครองอำเภอปากชม เพื่อเข้ามาดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ต่างตกใจและกังวลใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากทั้งผู้ตายและผู้ต้องหาต่างเป็นคนในชุมชนที่รู้จักกันดี ข้อมูลผู้เสียหายและผู้ต้องหา ผู้เสียชีวิตในคดีครั้งนี้คือ นายบัวลับ กุลจะนี อายุ 65 ปี เป็นเจ้าของสวนยางพาราในพื้นที่ และเป็นที่รู้จักในชุมชนว่าเป็นคนใจดี มักจะให้ความช่วยเหลือคนในหมู่บ้าน โดยเฉพาะการให้งานรับจ้างแก่ผู้ที่ต้องการหารายได้ ทำให้ผู้ตายเป็นที่เคารพนับถือของคนในชุมชน ส่วนผู้ต้องหาในคดีนี้คือ นายธงนฤเบศร์ กัญญาภัค หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “หมีพู” เป็นชายหนุ่มที่เพิ่งพ้นโทษจากคดียาเสพติดเมื่อประมาณหนึ่งเดือนที่ผ่านมา หลังจากพ้นโทษ ผู้ต้องหาได้กลับมายังบ้านเกิดและได้รับความช่วยเหลือจากผู้ตาย ทั้งการให้ที่พักอาศัยและให้งานรับจ้างกรีดยางเพื่อให้มีรายได้ดำรงชีวิต ชาวบ้านในพื้นที่เล่าว่า ผู้ตายเป็นคนที่มีจิตใจเมตตากรุณา มักจะให้โอกาสคนที่พลาดพลั้งกลับมาทำความดี โดยเฉพาะผู้ต้องหาที่เป็นคนในชุมชนและมีปัญหาในอดีต ผู้ตายจึงให้ความช่วยเหลือและให้โอกาสในการทำงานหารายได้ ซึ่งไม่มีใครคิดว่าความดีของผู้ตายจะกลับกลายเป็นเหตุให้เขาต้องเสียชีวิตอย่างน่าเศร้า เหตุการณ์ก่อนเกิดคดี วันที่คนใจดีถูกทำร้าย จากการสอบสวนเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า ก่อนเกิดเหตุในวันดังกล่าว นายธงนฤเบศร์หรือหมีพูได้ทำงานรับจ้างกรีดยางพาราให้กับนายบัวลับมาเป็นประจำ โดยผู้ตายได้ให้ค่าจ้างและดูแลผู้ต้องหาเป็นอย่างดี ทั้งสองมีความสัมพันธ์ในฐานะนายจ้างและลูกจ้างที่ดูจะปกติสุข ในวันเกิดเหตุ ผู้ต้องหาได้เดินทางไปเยี่ยมผู้ตายที่กระท่อมในสวนยางพารา ซึ่งเป็นที่ที่ผู้ตายมักจะอยู่เพื่อดูแลสวนและทำงานต่างๆ … Read more

ตำรวจจับกุมคู่สามีภรรยาลักลอบซ่อนยาบ้า 176,000 เม็ด ในกระป๋องอาหาร เตรียมขนส่งสู่ภาคใต้

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 3 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ณ ด่านตรวจกิ่งทัพยั้ง บนถนนพหลโยธิน ในพื้นที่บ้านปงตอง หมู่ที่ 5 ตำบลแม่จัน อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการสกัดการลักลอบขนส่งสิ่งผิดกฎหมายจากพื้นที่ชายแดน หน่วยงานที่เข้าร่วมปฏิบัติการ การปฏิบัติการครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของหลายหน่วยงาน ประกอบด้วย สถานีตำรวจภูธรแม่จัน จังหวัดเชียงราย ชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็วกิ่งทัพยั้ง สังกัดกองกำลังรักษาความปลอดภัยกิ่งทัพยั้ง กองพลทหารราบที่ 31 กองกำลังผาเมือง รวมถึงชุดปฏิบัติการสุนัขทหารที่ 6 กองกำลังผาเมือง และร้อยตระเวนชายแดน 327 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความร้อนแรงในการปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ วิธีการซ่อนยาเสพติดอันแยบยล ผู้ต้องหาใช้วิธีการซ่อนยาเสพติดที่แยบยลและยากต่อการตรวจจับ โดยนำยาบ้าไปบรรจุซ่อนไว้ภายในกระป๋องอาหารสำเร็จรูปชนิดต่างๆ ทั้งปลากระป๋อง ผลไม้กระป๋อง ข้าวโพดกระป๋อง และอาหารกระป๋องชนิดอื่นๆ ซึ่งมีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ รวมทั้งสิ้นประมาณ 25 กระป๋อง กลยุทธ์การปลอมแปลง ผู้ต้องหาได้ใช้เทคนิคการปิดผนึกกระป๋องให้ดูเหมือนของแท้ โดยการดึงเปิด-ปิดของกระป๋องยังคงอยู่ในสภาพที่ดู เสมือนว่ายังไม่เคยเปิดใช้งาน วิธีการนี้ทำให้การตรวจสอบเบื้องต้นด้วยตาเปล่าอาจไม่สามารถสังเกตเห็นความผิดปกติได้ทันที กระบวนการตรวจจับและการสอบสวน การสังเกตพฤติกรรมที่น่าสงสัย เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ ณ ด่านตรวจได้สังเกตเห็นรถบัสโดยสารประจำทางสายแม่สาย-ภูเก็ต ป้ายทะเบียนจังหวัดเชียงราย ซึ่งเดินทางมาจากพื้นที่ชายแดนอำเภอแม่สาย และกำลังมุ่งหน้าเข้าสู่ชั้นในของประเทศ … Read more

ผบ.ตร.ลงนามสั่งปลด “พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา” ออกจากราชการย้อนหลัง เซ่นคดีบันทึกเสียงลับ “คดียิงรถบิ๊กโจ๊ก”

พลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้ลงนามในคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 439/2568 สั่งปลดพลตำรวจเอก วิระชัย ทรงเมตตา อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ออกจากราชการย้อนหลัง เนื่องจากเหตุการณ์การบันทึกเสียงสนทนาลับในคดียิงรถของ “บิ๊กโจ๊ก” พลตำรวจโท สุรเชษฐ์ หักพาล ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2563 ที่มาของคดี – เหตุการณ์สะเทือนขวัญในคืนวันที่ 6 มกราคม 2563 เหตุการณ์ที่นำไปสู่การลงโทษครั้งนี้เริ่มต้นจากคืนวันที่ 6 มกราคม 2563 เมื่อเวลาประมาณ 21.40 น. ที่มีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงไปที่รถยนต์ของพลตำรวจโท สุรเชษฐ์ หักพาล หรือที่รู้จักกันในนาม “บิ๊กโจ๊ก” ซึ่งจอดอยู่บริเวณหน้าร้านนวดแห่งหนึ่งบนถนนสุรวงศ์ ในเขตบางรัก กรุงเทพมหานคร ในขณะที่เหตุการณ์เกิดขึ้น พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในเวลานั้น กำลังลาพักผ่อนและเดินทางไปสหรัฐอเมริกาตามที่ได้รับอนุมัติจากนายกรัฐมนตรี โดยกำหนดการเดินทางตั้งแต่วันที่ 6-12 มกราคม 2563 จึงมอบหมายให้ พลตำรวจเอก วิระชัย ทรงเมตตา … Read more

จับกุมนักต้มตุ๋นระดับโลกชาวโปรตุเกส ก่อคดีฉ้อโกงคริปโทและบัตรเครดิต มูลค่าเสียหายกว่า 1.9 หมื่นล้านบาท

กรุงเทพฯ – วันที่ 3 ตุลาคม 2568 เวลา 09:49 น. เจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง 1 (ตม.1) ได้ดำเนินการจับกุมนักต้มตุ๋นชาวโปรตุเกสที่หลบหนีเข้ามาในประเทศไทยและก่อคดีฉ้อโกงในรูปแบบต่างๆ มาเป็นเวลากว่า 2 ปี จนมุมได้ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร โดยมีมูลค่าความเสียหายรวมจากการก่อคดีทั่วโลกเกือบ 2 หมื่นล้านบาท การปฏิบัติการจับกุมครั้งประวัติศาสตร์ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 1, และ พ.ต.ท.สุริยะ พ่วงสมบัติ รองผู้กำกับการสืบสวน บก.ตม.1 พร้อมด้วยทีมงานชุดปฏิบัติการพิเศษ ดำเนินการติดตามและจับกุมเป้าหมายที่ถือเป็นนักต้มตุ๋นระดับนานาชาติ การปฏิบัติการครั้งนี้เริ่มต้นจากข้อมูลข่าวสารที่ได้รับจากนักข่าวต่างประเทศจากสำนักพิมพ์ท้องถิ่นในประเทศโปรตุเกส ซึ่งรายงานว่าบุคคลที่เป็นที่ต้องการตัวในหลายประเทศทั้งในยุโรปและเอเชีย ได้เดินทางเข้ามาในประเทศไทย และมีแนวโน้มที่จะก่อคดีฉ้อโกงทรัพย์สิน รวมถึงเป็นบุคคลที่มีหมายจับในประเทศไทยด้วย ความสำคัญของการปรากฏตัวครั้งแรกในรอบ 2 ปี การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นการปรากฏตัวครั้งแรกในรอบ 2 ปีของนักต้มตุ๋นชื่อดังชาวโปรตุเกส ซึ่งได้หลบหนีและหายตัวไปจากระบบการติดตามของเจ้าหน้าที่เป็นเวลานาน การพบตัวในครั้งนี้จึงถือเป็นความสำเร็จอย่างยิ่งของหน่วยงานด้านความมั่นคงและการรักษาความสงบเรียบร้อย เทคโนโลยีไบโอเมตริกซ์ช่วยยืนยันตัวตน ทีมสืบสวนได้นำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาใช้ในการดำเนินงาน … Read more