จาก Cali สู่ Turin: ทำไม “ยูเวนตุส” ยอมเทเงิน 20 ล้านยูโร เพื่อกองหลังที่ปฏิเสธเงินเดือนก้อนโตกว่าจาก “น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์”

ลองจินตนาการดูว่า มีข้อเสนอเงินเดือนที่มากกว่าปีละเกือบ 1 ล้านยูโรวางอยู่ตรงหน้า แต่นักเตะคนหนึ่งกลับเลือกเดินออกจากมันไปหาสโมสรที่จ่ายน้อยกว่า นี่ไม่ใช่เรื่องแต่งในนิยาย แต่คือสถานการณ์จริงที่กำลังเกิดขึ้นกับ จอน ลูกูมี่ กองหลังทีมชาติโคลอมเบียวัย 28 ปีจาก โบโลญญ่า ที่ตอนนี้ทั้งวงการฟุตบอลยุโรปกำลังจับตามองว่า ดีลย้ายทีมไปซบ ยูเวนตุส จะปิดจ๊อบได้เมื่อไหร่ คำถามที่น่าสนใจไม่ใช่แค่ “เขาจะย้ายไปไหม” เพราะคำตอบนั้นชัดเจนอยู่แล้วจากปากของตัวนักเตะเอง แต่คำถามที่แท้จริงคือ ทำไมยักษ์ใหญ่แห่งตูรินถึงยอมทุ่มเงินขนาดนี้เพื่อกองหลังที่ไม่ได้ตัวสูงโดดเด่นที่สุดในลีก และทำไมเรื่องเงินเดือนที่มากกว่าถึงไม่ใช่ปัจจัยตัดสินใจสำหรับนักเตะคนนี้ บทความนี้จะพาไปเจาะลึกทุกมิติของดีลที่กำลังเขย่าตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์นี้ ดีลที่เหลืออีกไม่กี่ก้าวจะสมบูรณ์: ตัวเลขและเงื่อนไขทั้งหมด ตามรายงานล่าสุดจากสื่อกีฬาชั้นนำของอิตาลี ยูเวนตุสกำลังเร่งเครื่องเดินหน้าดึงตัวจอน ลูกูมี่ กองหลังชาวโคลอมเบียจากโบโลญญ่า โดยนักเตะได้บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นในสัญญา 5 ปีกับยูเวนตุสแล้ว มูลค่าประมาณ 2.5 ล้านยูโรต่อฤดูกาล ซึ่งถือเป็นการยกระดับรายได้ของเขาอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับค่าเหนื่อยปัจจุบันที่โบโลญญ่า สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้น่าสนใจยิ่งขึ้นคือ แม้สัญญาฉบับนี้จะมีมูลค่าราว 2.5 ล้านยูโรต่อปีบวกโบนัส แต่น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ กลับพร้อมเสนอเงินสุทธิมากกว่าประมาณ 1 ล้านยูโรต่อปี นั่นหมายความว่าลูกูมี่กำลังเลือกเดินสวนทางกับตรรกะทางการเงินล้วนๆ เพื่อไปสู่จุดหมายที่เขาต้องการจริงๆ แต่ปัญหาใหญ่ที่ยังคาราคาซังอยู่ไม่ใช่เรื่องใจนักเตะ เพราะ ปัญหาที่แท้จริงไม่เคยอยู่ที่ว่าลูกูมี่อยากย้ายไปยูเวนตุสหรือไม่ แต่คือการที่สโมสรจะสามารถตกลงค่าตัวกับโบโลญญ่าได้หรือไม่ต่างหากที่ยังเป็นปมสำคัญที่แก้ไม่ตก ตัวเลขที่เป็นกำแพงขวางกั้นคือ เขามีค่าฉีกสัญญาอยู่ที่ 28 … Read more

น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ทุ่ม 40 ล้านยูโร ปิดดีล ดิโอม็องเด้ เกลสเนอร์ได้กองหลังที่ตามจีบมาตั้งแต่สมัยคุมพาเลซ

เมื่อสโมสรที่เพิ่งเปลี่ยนเฮดโค้ชไปแล้ว 5 คนในรอบ 12 เดือนตัดสินใจทุ่มเงินก้อนใหญ่ที่สุดก้อนหนึ่งในประวัติศาสตร์สโมสรเพื่อซื้อนักเตะเพียงคนเดียว นั่นไม่ใช่การตัดสินใจที่เกิดขึ้นเพราะอารมณ์ชั่ววูบ แต่คือสัญญาณของแผนการที่ถูกวางมาอย่างรอบคอบ และนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ในดีลการคว้าตัว อุสมาน ดิโอม็องเด้ เซนเตอร์แบ็กทีมชาติไอวอรี่โคสต์วัย 22 ปี จาก สปอร์ติ้ง ลิสบอน มาร่วมทีมด้วยสัญญา 4 ปี บวกออปชันขยายอีก 1 ปี ยาวไปจนถึงเดือนมิถุนายน 2030 ค่าตัวของดีลนี้อยู่ที่ประมาณ 40 ล้านยูโร หรือราว 34.3 ล้านปอนด์ ตามรายงานที่ได้รับการยืนยันจากหลายสำนักข่าวกีฬาชั้นนำ ถือเป็นหนึ่งในค่าตัวที่แพงที่สุดที่ฟอเรสต์เคยจ่ายมาในประวัติศาสตร์สโมสร คำถามที่น่าสนใจกว่าตัวเลขคือ ทำไมสโมสรที่เพิ่งจบฤดูกาลอันดับ 16 และปริ่มโซนตกชั้นถึงกล้าเดิมพันขนาดนี้กับกองหลังเพียงคนเดียว จากมิดทิลลันด์ ผ่านลิสบอน สู่ City Ground เส้นทางของดาวรุ่งไอวอรี่โคสต์ ดิโอม็องเด้ เกิดวันที่ 4 ธันวาคม 2003 ที่เมืองอาบิดจาน ประเทศไอวอรี่โคสต์ สูง 1.90 เมตร … Read more

เอฟเวอร์ตันเปิดเกมเทรดใหญ่ ดึง “เบรนแนน จอห์นสัน” ปีกทีมชาติเวลส์ แลก “ดไวท์ แม็คนีล” ดีลไม่มีเงินสดที่จะพลิกเกมรุกโกดิสัน พาร์ค

ปี 2026 เพียงปีเดียว เบรนแนน จอห์นสัน ย้ายทีมมาแล้วถึง 2 ครั้ง จากสโมสรที่จ่ายค่าตัวสถิติสโมสรเพื่อดึงตัวเขามาเมื่อเดือนมกราคม กลายเป็นผู้เล่นที่ถูกส่งออกในดีลแลกเปลี่ยนตัวแบบไม่มีเงินสดเพิ่มเติมภายในเวลาไม่ถึง 8 เดือน คำถามที่แฟนบอลทั่วพรีเมียร์ลีกกำลังถามตรงกันคือ เกิดอะไรขึ้นกับปีกทีมชาติเวลส์วัย 25 ปีรายนี้ และทำไม เดวิด มอยส์ ถึงยอมปล่อย ดไวท์ แม็คนีล ปีกที่เคยเป็นตัวหลักไปหลายฤดูกาล เพื่อแลกกับนักเตะที่เพิ่งดิ้นรนหาที่ยืนในทีมใหม่มาไม่ถึงปี เอฟเวอร์ตันยืนยันอย่างเป็นทางการแล้วว่าได้ตัว จอห์นสัน จาก คริสตัล พาเลซ มาร่วมทีมด้วยสัญญา 4 ปีจนถึงเดือนมิถุนายน 2030 พร้อมกับส่ง แม็คนีล ไปร่วมทีมพาเลซในทิศทางตรงกันข้ามด้วยสัญญาระยะเวลาเท่ากัน นี่คือดีลสลับตัวผู้เล่นที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนักในพรีเมียร์ลีก และเบื้องหลังของมันมีทั้งเรื่องราวของครอบครัวนักฟุตบอล ตัวเลขสถิติที่น่าสนใจ และแผนธุรกิจของทั้งสองสโมสรที่ซ่อนอยู่ จุดเริ่มต้น: จากนอตติงแฮมสู่ดีลสลับตัวมูลค่ามหาศาล เบรนแนน ไพรซ์ จอห์นสัน เกิดเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2001 ที่เมืองนอตติงแฮม ประเทศอังกฤษ เขาไม่ใช่คนแปลกหน้าในวงการลูกหนัง เพราะพ่อของเขา เดวิด จอห์นสัน … Read more

เอลเลียต แอนเดอร์สัน หลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกับซิตี้ มาเรสกา เผยเหตุผลจริงเบื้องหลังดีล 116 ล้านปอนด์

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เดินทางกลับจากทัวร์พรีซีซั่นเอเชียที่เกาหลีใต้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และหนึ่งในประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดระหว่างทริปนี้คือบทสัมภาษณ์ของ เอ็นโซ่ มาเรสกา เฮดโค้ชคนใหม่ ที่เปิดใจถึงเหตุผลเบื้องหลังการทุ่มเงินทุบสถิติสโมสรคว้าตัว เอลเลียต แอนเดอร์สัน กองกลางทีมชาติอังกฤษจาก น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ มาร่วมทีมด้วยค่าตัว 116 ล้านปอนด์ ซึ่งถึงตอนนี้ทั้งสองฝ่ายดูจะเข้ากันได้ดีราวกับหลอมเป็นทองแผ่นเดียวกัน ก่อนที่ทีมจะเปิดฤดูกาลใหม่ด้วยนัดคอมมิวนิตี้ ชีลด์ พบ อาร์เซนอล ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ดีลประวัติศาสตร์ 116 ล้านปอนด์ นักเตะอังกฤษแพงที่สุดตลอดกาล การย้ายทีมของแอนเดอร์สันจากน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ สู่เอติฮัด สเตเดียม เป็นการเซ็นสัญญา 5 ปีถึงปี 2031 ด้วยค่าตัว 116 ล้านปอนด์ (ราว 154 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งทำให้เขากลายเป็นนักเตะอังกฤษที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์วงการลูกหนัง แซงหน้าสถิติเดิมของ จู้ด เบลลิงแฮม ที่เรอัล มาดริด จ่ายให้ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 115 ล้านปอนด์เมื่อปี 2023 เส้นทางของแอนเดอร์สันน่าสนใจไม่น้อย เพราะเขาเติบโตผ่านทีมเยาวชนของนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด … Read more

ราม่อน เฮนดริคส์ ยืนยันเอง ปิดประตูข่าวย้ายทีม ลั่นยังเป็นนักเตะสตุ๊ตการ์ทต่อไป

หลังจากตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับทั้ง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ มานานหลายเดือน ในที่สุด ราม่อน เฮนดริคส์ กองหลังทีมชาติเนเธอร์แลนด์วัย 25 ปีของ VfB สตุ๊ตการ์ท ก็ออกมาพูดด้วยตัวเองแล้วว่าอนาคตของเขาน่าจะยังอยู่กับทีมม้าขาวต่อไปในซีซั่นหน้า คำยืนยันนี้มาในจังหวะที่เขาเพิ่งกลับมาซ้อมเต็มร้อยหลังมีปัญหาอาการบาดเจ็บที่ส้นเท้าในช่วงพรีซีซั่น และเป็นการปิดฉากดราม่าสัญญาที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ต้นปี ยืนยันชัดผ่านบิลด์: เฮนดริคส์พูดเอง จุดเริ่มต้นของกระแสข่าวย้ายทีมครั้งนี้มาจากสื่อเยอรมันสองสำนัก โดยสำนักข่าว kicker เป็นผู้จุดประเด็นเชื่อมโยงเฮนดริคส์กับดอร์ทมุนด์ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ขณะที่ Sky รายงานในช่วงเวลาใกล้เคียงกันว่าน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ก็จับตามองกองหลังรายนี้เช่นกัน ก่อนที่ Sky จะขยายความเพิ่มเติมว่าสตุ๊ตการ์ทจะยอมเปิดโต๊ะเจรจาก็ต่อเมื่อมีสโมสรใดยื่นข้อเสนอไม่ต่ำกว่า 40 ล้านยูโรเท่านั้น ท่ามกลางกระแสข่าวที่ร้อนแรง เฮนดริคส์เลือกที่จะพูดตรงๆ ผ่านบิลด์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า “ตอนนี้ดูเหมือนว่าผมจะยังคงเล่นให้ สตุ๊ตการ์ท ต่อไป ผมรู้ว่านั่นเป็นคำตอบแบบคลาสสิค เพราะคุณไม่มีทางรู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นในวงการฟุตบอล แต่ตอนนี้แฟนๆไม่ต้องกังวล ผมเป็นนักเตะของ เฟาเอฟเบ” คำพูดนี้ถือเป็นการตอบคำถามที่แฟนบอลสตุ๊ตการ์ทอยากได้ยินที่สุด หลังต้องลุ้นระทึกกับข่าวลือมาตลอดทั้งฤดูร้อน ไทม์ไลน์ดราม่าสัญญา จากมกราคมถึงสิงหาคม เรื่องราวของเฮนดริคส์กับข่าวย้ายทีมไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้น ย้อนกลับไปในช่วงตลาดซื้อขายเดือนมกราคมที่ผ่านมา น็อตติงแฮม ฟอเรสต์เคยยื่นข้อเสนอราว 15 ล้านยูโรเพื่อขอซื้อตัวเฮนดริคส์ แต่ถูกสตุ๊ตการ์ทปฏิเสธทันที … Read more

มารินาคิสเดือดพ่นไฟ! ฟ้องพาเลซคดีหมิ่นประมาท ปมป้ายผ้าจ่อปืนหัวกิ๊บบ์ส-ไวท์ สะเทือนวงการลูกหนังอังกฤษ

วงการฟุตบอลพรีเมียร์ลีกกำลังเผชิญกับศึกนอกสนามที่ดุเดือดไม่แพ้ในสนาม เมื่อเอวานเจลอส มารินาคิส เจ้าของสโมสรนอตติงแฮม ฟอเรสต์ มหาเศรษฐีเจ้าของธุรกิจเดินเรือชาวกรีก ตัดสินใจยื่นฟ้องคริสตัล พาเลซ ต่อศาลสูงแห่งอังกฤษ ในข้อหาหมิ่นประมาท สืบเนื่องจากป้ายผ้าสุดช็อกที่แฟนบอล “ปราสาทเรือนแก้ว” ชูขึ้นระหว่างเกมพบกันเมื่อเกือบหนึ่งปีก่อน ป้ายผ้าดังกล่าวมีภาพมารินาคิสถือปืนจ่อหัวมอร์แกน กิ๊บบ์ส-ไวท์ กัปตันทีมฟอเรสต์ พร้อมข้อความเสียดสีที่พาดพิงถึงข้อกล่าวหาร้ายแรงหลายกระทง คดีนี้ไม่ได้เป็นเพียงความบาดหมางธรรมดาระหว่างสองสโมสร แต่กำลังกลายเป็นกรณีศึกษาสำคัญเรื่องขอบเขตของเสรีภาพแฟนบอลบนอัฒจันทร์ กับความรับผิดชอบทางกฎหมายที่อาจตามมา ย้อนรอยชนวนเหตุ เมื่อป้ายผ้าโหดกลายเป็นเรื่องใหญ่ระดับศาล เหตุการณ์ต้นตอของคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2025 ระหว่างเกมพรีเมียร์ลีกที่สนามเซลเฮิร์สท์ พาร์ค ซึ่งจบลงด้วยผลเสมอ 1-1 ระหว่างคริสตัล พาเลซ กับนอตติงแฮม ฟอเรสต์ ท่ามกลางบรรยากาศการแข่งขันที่ตึงเครียดอยู่แล้ว แฟนบอลพาเลซกลุ่มหนึ่งได้ชูป้ายผ้าขนาดใหญ่ที่มีภาพการ์ตูนของมารินาคิสถือปืนจ่อศีรษะของกิ๊บบ์ส-ไวท์ พร้อมข้อความประชดประชันว่า “มิสเตอร์มารินาคิสไม่ได้เกี่ยวข้องกับการแบล็กเมล์ การล็อกผลการแข่งขัน การค้ายาเสพติด หรือการทุจริต” ซึ่งเป็นการหยิบยกข้อกล่าวหาที่มารินาคิสเคยถูกพาดพิงในอดีตมาล้อเลียนอย่างเจ็บแสบ แม้ตัวมารินาคิสจะไม่ได้เดินทางมาชมเกมนัดนั้นด้วยตัวเอง แต่ภาพป้ายผ้าดังกล่าวก็แพร่กระจายไปทั่วโซเชียลมีเดียอย่างรวดเร็ว และสร้างความไม่พอใจให้กับฝั่งฟอเรสต์อย่างมาก เกือบหนึ่งปีให้หลัง ทีมทนายความของมารินาคิสได้ยื่นคำร้องฟ้องคดีหมิ่นประมาทต่อศาลสูงอย่างเป็นทางการเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยระบุชื่อบริษัท ซีพีเอฟซี จำกัด ซึ่งเป็นนิติบุคคลของสโมสรคริสตัล พาเลซ เป็นหนึ่งในจำเลยสองราย มารินาคิสยืนยันมาโดยตลอดว่าตนเองไม่เคยถูกตั้งข้อหาในความผิดใดๆ ตามที่ป้ายผ้าดังกล่าวกล่าวหา … Read more

มิลานเปิดไฟเขียว “โฟฟาน่าไปได้แล้ว” อาโมริมตัดชื่อกลางฤดูร้อน ปาแลซ-มาร์กเซยจ่อชิงตัว

ตลาดนักเตะฤดูร้อนของ เอซี มิลาน กำลังเข้มข้นขึ้นทุกวัน และล่าสุดสโมสรได้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดเท่าที่เคยมีมาถึงอนาคตของ ยุสซุฟ โฟฟาน่า กองกลางตัวรับชาวฝรั่งเศส วัย 27 ปี ว่าเขาไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมของ รูเบน อาโมริม อีกต่อไป และถึงเวลาแล้วที่จะต้องมองหาบ้านใหม่ในช่วงที่เหลือของตลาดซัมเมอร์นี้ เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ข่าวลือจากสื่อทั่วไป แต่มาจากปากของ มัตเตโอ โมเร็ตโต้ นักข่าวสายตลาดนักเตะที่มีความน่าเชื่อถือสูง ซึ่งยืนยันว่าฝ่ายบริหารของมิลานได้พูดคุยกับโฟฟาน่าโดยตรงแล้วว่าสโมสรกำลังหาทางออกให้เขาย้ายทีมออกไป และสัญญาณดังกล่าวก็ปรากฏให้เห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้นเรื่อยๆ ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา มิลานส่งสัญญาณชัดเจน “ไปหาบ้านใหม่ได้แล้ว” หลักฐานที่ชัดเจนที่สุดของการตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นในเกมกระชับมิตรพรีซีซั่นกับ เชลซี เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งโฟฟาน่าไม่ได้ลงสนามแม้แต่นาทีเดียว เช่นเดียวกับผู้เล่นอีกสามคนที่ถูกโยงข่าวว่าจะต้องออกจากทีมในซัมเมอร์นี้เช่นกัน ได้แก่ ฟิกาโย โทโมริ, แซคารี อาเธคาเม และ อัลฟาดโจ ซิสเซ่ การไม่ได้ลงสนามแม้แต่นาทีเดียวในเกมทดสอบทีมถือเป็นสัญญาณที่ทีมงานสตาฟฟ์โค้ชมักใช้สื่อสารกับผู้เล่นโดยไม่ต้องพูดตรงๆ และในกรณีของโฟฟาน่า นี่คือการยืนยันสิ่งที่มีการพูดคุยกันมาระยะหนึ่งแล้วว่าเขาจะเป็นผู้เล่นคนแรกที่ต้องออกจากทีมในการปฏิวัติทัพของอาโมริมรอบนี้ ที่ผ่านมามิลานยังคงให้โฟฟาน่าเข้าร่วมแคมป์พรีซีซั่นตามปกติ ขณะที่สโมสรทำงานคู่ขนานเพื่อหาปลายทางใหม่ให้เขา แต่สถานการณ์ล่าสุดแสดงให้เห็นชัดว่าประตูสำหรับการอยู่ต่อได้ปิดลงแล้วอย่างสิ้นเชิง อาโมริมปฏิวัติระบบ ทำไมโฟฟาน่าถึงตกขบวน จากมิดฟิลด์ 3 คนสู่ดับเบิลพีวอต หัวใจสำคัญของการตัดสินใจครั้งนี้อยู่ที่การเปลี่ยนแปลงเชิงระบบที่อาโมริมนำมาใช้กับมิลาน จากเดิมที่ทีมเคยเล่นด้วยแผงกองกลางสามคนภายใต้โค้ชคนก่อนหน้า อาโมริมได้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างทีมให้ใช้กองกลางตัวรับเพียงสองคนในระบบดับเบิลพีวอต ซึ่งฟังดูเหมือนเป็นการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย แต่ผลกระทบต่อโควตาตำแหน่งในทีมกลับมหาศาล … Read more

เชซุสไฟเขียวย้ายนาโปลี! แต่ต้องรอ “อัซซูรี่” เคลียร์ปมลูกากู-ลุคค่าให้จบก่อน

ตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์ 2026 กำลังเข้าสู่ช่วงเดือดที่สุด และหนึ่งในเรื่องราวที่ซับซ้อนที่สุดตอนนี้คือดีลที่เชื่อมโยงกันเป็นลูกโซ่ระหว่างสามสโมสรยักษ์ใหญ่ของยุโรป กาเบรียล เชซุส กองหน้าชาวบราซิลของอาร์เซน่อล ได้ส่งสัญญาณไฟเขียวให้กับการย้ายไปร่วมทีมนาโปลีแล้ว แต่ปัญหาคือสโมสรจากเมืองเนเปิ้ลส์ยังไม่สามารถยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการได้ทันที เพราะติดขัดอยู่ที่การต้องเคลียร์พื้นที่ในทีมและงบประมาณด้วยการขาย โรเมลู ลูกากู และหนึ่งในสองกองหน้าอย่าง ลอเรนโซ่ ลุคค่า หรือ โนอา ลัง ออกไปก่อน เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ดีลย้ายทีมธรรมดา แต่เป็นภาพสะท้อนของการบริหารทีมสไตล์ มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี ที่ต้องจัดสรรตำแหน่งกองหน้าใหม่ทั้งระบบ หลังจากที่นาโปลีมีศูนย์หน้าล้นทีมแต่กลับใช้งานได้จริงเพียงคนเดียว เจาะลึกเงื่อนไขที่นาโปลีต้องเคลียร์ก่อนคว้าเชซุส ปัจจุบันนาโปลีมีกองหน้าตัวเป้าอยู่ในมือถึง 3 คน ได้แก่ ราสมุส ฮอยลุนด์, โรเมลู ลูกากู และ ลอเรนโซ่ ลุคค่า แต่มีเพียงฮอยลุนด์เท่านั้นที่การันตีว่าจะยังอยู่กับทีมจนจบตลาดซื้อขายซัมเมอร์นี้ นั่นหมายความว่าสองคนที่เหลือคือ “สินค้าที่ต้องขาย” เพื่อเปิดทางให้เชซุสเข้ามา สำนักข่าวลา กัซเซ็ตต้า เดลโล่ สปอร์ต ของอิตาลีรายงานว่า แม้เชซุสจะแสดงความเห็นชอบกับการย้ายมาสู่สนามดิเอโก้ อาร์มันโด้ มาราโดน่าแล้ว แต่นาโปลียังไม่ได้ยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการถึงอาร์เซน่อล เพราะฝ่ายบริหารต้องรอความชัดเจนเรื่องการขายลูกากูให้จบก่อน จากนั้นจึงจะตัดสินใจว่าจะปล่อยลุคค่าหรือลังออกไปด้วยอีกหนึ่งคน เพื่อให้มีพื้นที่ในทีมและงบประมาณเพียงพอสำหรับดีลใหม่ ความซับซ้อนของสถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าการซื้อขายนักเตะระดับท็อปในปัจจุบันไม่ได้ขึ้นอยู่กับความต้องการของสโมสรฝ่ายเดียวอีกต่อไป แต่ต้องคำนวณทั้งงบประมาณ … Read more

ปฏิเสธไม่ใยดี! โมนาโกตบข้อเสนอ 1,900 ล้านจากพาเลซ ทั้งที่หงส์แดงและปีศาจแดงต่างจ้องฮุบ “ลามีน กามาร่า” กองกลางที่ทุกสโมสรอยากได้

ในตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์ปีนี้ มีชื่อของนักเตะหนุ่มวัย 22 ปีคนหนึ่งที่กลายเป็นที่ต้องการตัวที่สุดในยุโรป ทั้งที่หลายคนอาจยังไม่คุ้นชื่อเขาดีนัก นั่นคือ ลามีน กามาร่า มิดฟิลด์ตัวรับชาวเซเนกัลของ โมนาโก ที่ล่าสุดสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่ววงการลูกหนัง เมื่อ คริสตัล พาเลซ ยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการมูลค่าสูงถึง 50 ล้านยูโร หรือคิดเป็นเงินไทยเกือบ 1,900 ล้านบาท แต่กลับถูกสโมสรจากอาณาจักรโมนาโกปฏิเสธแบบไม่ไว้หน้า พร้อมยืนกรานว่าต้องได้อย่างน้อย 60 ล้านยูโร ถึงจะยอมปล่อยตัว คำถามที่น่าสนใจคือ นักเตะที่หลายคนอาจไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนคนนี้ มีดีอะไรถึงทำให้ทั้ง ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ต่างพร้อมใจกันจับตามองอย่างใกล้ชิด และทำไมโมนาโกถึงกล้าปฏิเสธเงินก้อนโตขนาดนี้ ทั้งที่หลายสโมสรในสถานการณ์เดียวกันมักรีบขายเพื่อทำกำไร บทความนี้จะพาไปเจาะลึกทุกมิติของดีลนี้ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นเส้นทางนักเตะ ไปจนถึงเกมธุรกิจเบื้องหลังตลาดซื้อขายที่ซับซ้อนกว่าที่คิด จากอะคาเดมี่เมืองเล็กสู่ดาวรุ่งที่ทั้งยุโรปต้องการ เส้นทางของกามาร่าไม่ได้เริ่มต้นด้วยแสงไฟและกล้องถ่ายภาพเหมือนซูเปอร์สตาร์หลายคน เขาเติบโตมาจากระบบอะคาเดมี่ของ เอฟซี เมตซ์ สโมสรขนาดกลางในลีกเอิงที่ขึ้นชื่อเรื่องการปั้นนักเตะดาวรุ่งป้อนตลาดยุโรปมาอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่โมนาโกจะดึงตัวเขามาร่วมทีมเมื่อสองปีก่อน และนับตั้งแต่วันนั้น กามาร่าก็กลายเป็นฟันเฟืองสำคัญของทีมอย่างรวดเร็ว สิ่งที่ทำให้เส้นทางของเขาน่าสนใจคือ ระยะเวลาเพียงสองฤดูกาลที่เขาใช้พิสูจน์ตัวเองในลีกเอิง ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในลีกที่นักเตะดาวรุ่งต้องเผชิญความกดดันสูง ทั้งจากคู่แข่งในสนามและสายตานักสอดแนม (สเกาต์) จากสโมสรใหญ่ทั่วยุโรปที่จับจ้องทุกความเคลื่อนไหว … Read more

น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ทุ่ม 1,700 ล้านบาท คว้า “หอคอยแห่งอบิดจาน” ปิดดีลที่กลาสเนอร์ล่ามา 2 ปีเต็ม

เมื่อโค้ชคนหนึ่งยอมรอคว้าตัวนักเตะคนเดียวนานถึง 2 ปี ผ่านความล้มเหลวมาแล้วครั้งหนึ่งที่สโมสรเก่า นั่นไม่ใช่แค่ความชอบส่วนตัว แต่คือสัญญาณว่านักเตะคนนั้นมีบางอย่างที่ทีมขาดไม่ได้จริง ๆ และนี่คือเรื่องราวของ อุสมาน ดิโอม็องเด้ กองหลังทีมชาติไอวอรี่โคสต์ วัย 22 ปี ที่ในที่สุด โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ ก็ได้ตัวเขามาอยู่ในมือ หลังจากพยายามมาตั้งแต่สมัยคุมทีม คริสตัล พาเลซ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ บรรลุข้อตกลงกับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน ในการคว้าตัว ดิโอม็องเด้ ด้วยค่าตัวราว 40 ล้านยูโร หรือประมาณ 34.4 ล้านปอนด์ โดยนักเตะจะเซ็นสัญญาฉบับใหม่ 5 ปีกับสโมสรในถิ่นซิตี้ กราวด์ ดีลนี้ถูกจับตามองมาตลอดหลายสัปดาห์ และตอนนี้ก็เดินทางมาถึงขั้นตอนสุดท้ายแล้ว จากเด็กอบิดจานที่ไม่มีใครรู้จัก สู่กองหลังที่หลายสโมสรใหญ่ต้องมาต่อคิว เส้นทางของ ดิโอม็องเด้ ไม่ได้เริ่มต้นที่พอร์ตุเกสเลยด้วยซ้ำ เขาเกิดที่เมืองอบิดจาน ประเทศไอวอรี่โคสต์ ก่อนจะออกเดินทางไปวัดฝีเท้าที่ยุโรปกับสโมสร มิดทิลแลนด์ ในเดนมาร์ก ซึ่งเป็นจุดที่หลายคนอาจมองข้าม เพราะลีกเดนมาร์กไม่ใช่เวทีที่สื่อทั่วโลกจับตาเป็นพิเศษ แต่สำหรับสายตาของแมวมองแล้ว นี่คือแหล่งขุดค้นนักเตะคุณภาพราคาประหยัดที่มีมาแล้วหลายคน หลังพิสูจน์ฝีเท้าด้วยการไปยืมตัวเล่นให้ … Read more